“รำวง” ขยี้แผล

“รำวง” ขยี้แผล

ขยี้แผลรัฐบาล
แม่ลูกจันทร์11 ก.ย. 2563 05:15 น.
 

การเปิดอภิปรายซักฟอกรัฐบาลนายกฯลุงตู่ แบบม้วนเดียวจบ 15 ชั่วโมง ไม่ได้ส่งผลให้รัฐบาลบาดเจ็บสาหัสปางตายแต่ถึงกระนั้น การเปิดเวทีสภาฯให้ฝ่ายค้านซักฟอกแก้เปรี้ยวปาก ทำให้รัฐบาลถลอกปอกเปิกไปเยอะเหมือนกัน เพราะเป้าใหญ่ที่ ส.ส.ฝ่ายค้านรุมขยี้คือ “ความล้มเหลวในการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ” ปัญหารัฐบาลถังแตก หารายได้ไม่พอรายจ่าย สร้างหนี้ก้อนโตให้คนไทยต้องแบกไว้อีกหลายสิบปี ฯลฯ

แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นแผลเรื้อรังของรัฐบาลลุงตู่จริงๆ

โดยเฉพาะการอภิปรายซักฟอกล่าสุดเมื่อวานซืน เพราะสึนามิเศรษฐกิจกำลังส่งผลกระทบพี่น้องประชาชนเต็มเปา!!

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หน. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ประเทศไทยเผชิญอยู่ หนักสาหัสยิ่งกว่าวิกฤติต้มยำกุ้งหลายเท่าตัว

หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งเป็นนายกฯสมัยแรก นับว่าน่าเห็นใจ

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจบริหารประเทศมาแล้วกว่า 5 ปี มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มีงบใช้จ่ายเต็มมือ ไม่มีแรงต้าน ไม่มีฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์กลับบริหารประเทศจนเศรษฐกิจถึงทางตัน

เศรษฐกิจไทยรั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน เกือบบ๊วยที่สุดในเอเชีย

รัฐบาลกู้เงินสี่แสนล้านบาทเพื่อแก้วิกฤติเศรษฐกิจเร่งด่วน แต่เพิ่งเบิกจ่ายจริงๆ แค่ 400 ล้านบาท หรือเพียง 0.1 เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้สี่แสนล้านบาทเท่านั้นเอง

แสดงให้เห็นว่าในยามพายุใหญ่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง แต่การใช้งบแก้วิกฤติเศรษฐกิจของรัฐบาลกลับไม่ทันความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา หน.พรรคประชาชาติ อภิปรายทิ้งทวนก่อนทิ้งเก้าอี้ ส.ส.ว่าบ้านเมืองเผชิญวิกฤติรอบด้านเพราะความล้มเหลวของผู้นำรัฐบาลโดยตรง

6 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ กู้เงินมาใช้จ่ายทุกปี สร้างหนี้มโหฬารถึง 3.4 ล้านล้านบาท

ลูกหลานไทยฝากอนาคตกับรัฐบาลนี้ไม่ได้ เพราะรัฐบาลนี้ฝากหนี้ให้ลูกหลานไทยต้องแบกไว้อีกหลายสิบปี

รัฐบาลลุงตู่เป็นรัฐบาลขยันกู้ แต่ไม่รู้วิธีจะใช้หนี้อย่างไร

ที่น่าห่วงที่สุดคือ หนี้รัฐบาล บานฉ่ำถึง 7.2 ล้านล้านบาท สูงจนเป็นอันตรายต่อสถานะการคลัง

หนี้ครัวเรือนบานทะโร่ถึง 13.5 ล้านล้านบาท หรือ 82 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เท่ากับเงินหาได้ 100 บาท ต้องใช้หนี้ 80 บาท เหลือใช้ 20 บาทเท่านั้นเอง

นี่เป็นตัวอย่างเบาะๆที่ ส.ส.ฝ่ายค้านหยิบวิกฤติเศรษฐกิจมาขยี้แผลใหญ่รัฐบาลกลางสภาฯ

ฝ่าย นายกฯลุงตู่ ก็ไม่อยู่เฉยๆ ชี้แจงตอบโต้ฝ่ายค้านเป็นพัลวัน

แต่ไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะหักล้างฝ่ายค้านได้ชัดเจน

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าการขาด “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ผู้มีลีลาอภิปรายโต้ฝ่ายค้านดีที่สุดในรัฐบาล

ส่งผลกระทบเห็นทันตา!!

ขาด ดร.สมคิด คนเดียว รัฐบาลอ่อนเกมในสภาฯไปหลายกิโล

รองนายกฯคนอื่นๆ แบกน้ำหนักแทนลุงตู่ไม่ได้ซักคน.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1927203

*

******************

*

 

รำวง
กิเลน ประลองเชิง11 ก.ย. 2563 05:01 น.
 

นายกฯประยุทธ์ หลุดปากรับไม่ได้กับคดีบอส อยู่วิทยา รับรายงานจากคณะกรรมการชุด อาจารย์วิชา มหาคุณ แล้ว ก็ให้ ป.ป.ท.รับลูกไปทำต่อแล้ว เรื่องตัวย่อชื่อใคร ให้ไปถามกันเอง คนที่ตามข่าว ตัวการหัวขบวนใคร ใครกี่คนอยู่ในขบวน ใครหางขบวน... ตั้งใจฟังนายกฯแล้วก็รู้เท่าเดิม

สู้เปิดยูทูบฟังสนธิทอล์คก็ไม่ได้ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล คุยสบายๆ ได้ความรู้ว่า งานกระบวนการล้มคดีขับรถชนคนตาย กลับเป็นคดีคนตายขับรถประมาท กลายเป็นผู้ต้องหา คนมีเงินเขาลงทุนทอดกฐินสามัคคี ถึงสี่ร้อยล้าน

เผื่อแผ่วัดตำรวจ วัดอัยการ ไปถึงคณะกรรมาธิการบางชุด วัดสภาฯ

ผมไม่แปลกใจ...ตัวการแพร่เชื้อชั่ว...รายนี้ คือทองเติมร้านเดิมเจ้าเก่า ที่มองหน้าก็สรุปได้ เติบโตยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปั่นหุ้น ยืมเงินเจ้าของซ่อง รวมความว่า โตมาได้ด้วยเรื่องชั่วๆสถานเดียว

เมื่อนายกฯอ้างฝ่ายบริหารก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ ถูกกฎหมาย แต่ผิดใจชาวบ้าน

ชาวบ้านคิดเหมือนๆกัน นายกกำลังรำวง

ผมเปิดหนังสือ “วัฒนธรรมบันเทิงในชาติไทย” (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2549) ภัทราวดี ภูชฎาภิรมย์ เขียนว่า ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลยอมให้กองทัพญี่ปุ่นตั้งหลักในไทย เป็นเป้าทิ้งระเบิดฝ่ายสัมพันธมิตร

กรุงเทพฯเป็นเป้าใหญ่ ถูกทิ้งระเบิดไม่เว้นวัน คนมีช่องทางก็อพยพไปต่างจังหวัด คนที่ฮึดอยู่หรือจำใจอยู่ไม่มีความสุข รัฐบาลท่านฟื้นฟูวัฒนธรรมบันเทิงแบบไทยๆให้ชาวบ้านสนุกเพลินลืมตายไปวันๆ

การบันเทิงหนึ่ง เป็นการละเล่นพื้นบ้าน เล่นกันในฤดูกาล เครื่องดนตรีมีฉิ่ง กรับ และโทนสำหรับตีเป็นจังหวะประกอบฟ้อนรำโดยเหตุที่การฟ้อนรำใช้จังหวะโทนตีตามหน้าทับ ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดยเฉพาะเป็นหลัก

จึงเรียกฟ้อนรำแบบนี้ว่า “รำโทน

พ.ศ.2487 ท่านผู้นำ จอมพล ป.พิบูลสงคราม สั่งให้กรมศิลปากรปรับปรุงการเล่นรำโทน เพื่อให้เป็นวัฒนธรรมความบันเทิงที่มีแบบแผน กรมศิลปากรจึงนำรำโทนมาดัดแปลง ใส่ท่ารำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ จากท่ารำนาฏศิลป์พื้นฐาน ใช้เครื่องดนตรีตะวันตกเช่นกลองแทมบูรินฯลฯ บรรเลงประกอบ

แต่งเพลงไทยสากลที่มีทำนองสนุกสนาน ประกอบท่ารำเรียกว่า รำวงมาตรฐาน คำ “รำวง” เกิดขึ้นตอนนี้

บ้านเมืองบรรยากาศสงคราม อึดอัดขัดข้องกันทั่วทุกตัวคน...ก็รับเอารำวงไปร่วมรำเล่นสนุกสนาน รำเต้นไปตามลีลา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับท่ารำสักเท่าไหร่ ทั้งยังคิดเพลงประกอบตามความถนัด

เพลงรำวงท่ารำวงเกิดขึ้นมากมาย เช่น เพลงหวอมาจะว่าอย่างไร เพลงลพบุรีฉันเอ๋ย เพลงโอ้ ลุมพินี ฯลฯ ต่อมาบรรยากาศการเมืองเปลี่ยน รัฐบาลไม่ได้สนับสนุน หรือปลุกใจให้รำวง แต่รำวงก็ได้รับความนิยมสืบมา

รำวง...ที่ใช้กันในวันนี้ สื่อความหมายใหม่...เรื่องสำคัญ ไม่ว่าปัญหาระดับชาติ หรือปัญหาระดับชาวบ้าน...ถ้าผู้มีอำนาจ...ไม่ต้องการ ก็มักสั่งตั้งคณะกรรมการ เนื้อตัวหน้าตาเข้าทีเข้าท่าถูกใจคน

แต่งานคณะกรรมการพวกนี้ มักไม่จำกัดเวลา ก็ทำกันไป ไม่จบสักที ชาวบ้านซึ่งตอนแรกก็วิจารณ์ด้วยคำยืดยาว ยื้อเวลามั่ง ซื้อเวลามั่ง ต่อมายุติที่ใช้คำสั้นๆว่า “รำวง”

เรื่องจริงบนเวทีรำวง...สิ้นเสียงนกหวีดเป่า หนุ่มที่ซื้อตั๋วแล้วก็ปรี่เข้าไปโค้ง...ยื่นตั๋วให้นางรำ แล้วก็รำกันไป หมดรอบ แล้วก็เป่านกหวีดรำรอบใหม่ รำๆกันไป สนุกกันไป

ผู้นำคนไหน ที่ถนัดรำวง...ชาวบ้านเขาไม่ศรัทธา...ไม่สนุก ผมเริ่มได้ยินเสียงเด็กๆไล่ ก็นึกว่าเด็กใจร้อน แต่ไม่นาน ผู้ใหญ่ก็ ไล่ด้วย

สถานการณ์ที่เด็กผู้ใหญ่สุมหัวกันไล่ ไม่ใช่ลางดี ทหารที่จำแลงแปลงร่างเป็นนักการเมือง น่าจะได้สะดุดหยุดคิดว่าถึงเวลา ลืมไปแล้วหรือว่า ขอเวลาๆ มาแล้วตั้งห้าหกปี.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1927317

 

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    4
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    2

2 ความเห็น

 
3 ส

ไอ้เห้ตูบต้องจบในรุ่นนี้

โกรธแล้ว

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT

https://www.facebook.com/100002753173461/posts/2847365732031838/

เดี๋ยวบอกว่านักศึกษาเป็นขี้ข้าสหรัฐฯ เดี๋ยวบอกเป็นคอมมิวนิสต์ อีสลิ่มคะ เลือกสักอย่าง [ถ้อยคำไม่เหมาะสม]!
ความคิดเห็น
  • Auddy Worawan
    Auddy Worawan เลือกไม่ได้เพราะไม่มีสมองคิดเอง
    ที่ด่าๆ กันเพราะดูจากช่องเนชั่น และเพจสลิ่มลูกทาสโหนเจ้าค่ะ จารย์
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    4