“ตู่ฮ่วน” ลอดช่องไหหลำ

“ตู่ฮ่วน” ลอดช่องไหหลำ

“ตู่ฮ่วน” ลอดช่องไหหลำ

 

 

 

“สองสลึง”

ถ้วยละสองสลึง ... คือขนมหวานใส่น้ำแข็งเย็นชื่นใจครั้งเป็นเด็กได้กินอยู่บ่อยครั้ง รถเข็นของอาซิ่มเข็นมาจอดข้างตลาดสดตั้งแต่สิบโมงเช้า แค่ข้ามฟากถนนหน้าบ้านสิบกว่าเมตรก็ได้กินแล้ว (ถ้าแม่ให้ตังค์) ขนมหวานอาซิ่มมีอย่างเดียว ง่ายๆ กาละมังขาวสะอาดใบใหญ่ แข่น้ำแข็งมือก้อนโตไว้ในนั้นเพื่อให้เส้นขนมสีขาวกลมๆ หัวท้ายเรียวแหลมยาวสักประมาณนิ้วก้อยเย็นเจี๊ยบ อาซิ้มตักมันใส่ถ้วยใบขนาดย่อมด้วยทัพพีมีรูเพื่อกรองเอาแต่เส้นขนม เติมน้ำเชื่อมสีน้ำตาลอ่อนแล้วเติมน้ำแข็งก้อนทุบเล็กๆ โรยหน้า แทบไม่ต้องใช้ช้อน กระดกปากถ้วยฮวบเดียวเส้นมันลื่นปรู๊ดทีเดียวเกือบหมด ... มันไหลลื่นขนาดนั้น ...ที่เล่ามานี่เกือบหกสิบปีแล้ว .... นานพอดู

 

แม่บอกขนมนี้เรียก ลอดช่องสิงคโปร์ ตอนนั้นใครๆ ก็เข้าใจว่ามันน่าจะทำมาจาก แป้งสิงคโปร์ เพราะ ต่างจากลอดช่องไทยสีเขียวทำจากแป้งข้าวเจ้า สมัยก่อนโน้นเมื่อสักราวห้าสิบปีกว่าเกือบหกสิบปีเขาไม่เรียกแป้งที่ทำจากมันสำปะหลังว่า แป้งมัน เขาเรียกกันว่า แป้งสิงคโปร์ การเรียก ลอดช่องสิงคโปรก็ให้จำแนกออกไป เพื่อไม่ให้สับสนกับลอดช่องน้ำกะทิไทย

 

มีคนบอกว่า ลอดช่องสิงคโปร์ มาจากหม่อมฯ คุณชายนักชิม เล่าว่าลอดช่องนี้มีขายกันที่ข้างโรงหนังสิงคโปร์ เลยเรียกลอดช่องสิงคโปร์ อันนี้ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ ไปกินแล้วเอามาเล่าแบบมโนนึกเอาเองแล้วเล่ากันต่อๆ มาแบบผิดๆ  แบบเดียวกับตำนาน ข้าวผัดอเมริกัน ที่เอาไปอ้างเป็นตุเป็นตะว่าคุณหญิงฯ โรงแรมเก่าแก่แถวแยกศาลาแดงเป็นคนคิดคนแรก ที่จริงเป็นกุ๊กไหหลำต่างจังหวัดทำให้ทหารจีไอกินแล้วชอบใจ เอาไว้วันหลังจะมาเล่าตำนาน ข้าวผัดอเมริกัน ที่เป็นจริง บอกใบ้ไว้ตรงนี้ล่วงหน้าว่าเค้าที่มาของข้าวผัดอเมริกันมาจาก ข้าวผัดรถไฟ 

 

สมัยอยู่ใต้ตอนเล็กๆ มีคนเล่าให้ฟังเหมือนกันว่า ลอดช่องสิงโปร์ จีนไหหลำจากสิงคโปร์เอามาเผยแพร่ก่อน อันนี้ก็มีเค้าน่าเชื่ออยู่มาก เพราะสิงคโปร์มีคนจีนไหหลำโพ้นทะเลเอาสูตรอาหารจากเกาะไหหลำมาเผยแพร่เยอะมาก เช่น สูตรข้าวมันไก่ไหหลำแบบสิงคโปร์ เรื่องข้าวมันไก่นี่ก็เหมือนกันมาจากไหหลำหลายสาย สูตรต่างกันไป ที่ต่างกันเด่นๆ คือ น้ำจิ้มมีส่วนผสมต่างๆ ไม่ค่อยเหมือนกัน ต่างจากน้ำจิ้มไหหลำโพ้นทะเลสายเมืองไทย (ซึ่งในที่สุดไหหลำสิงคโปร์ยอมรับว่าน้ำจิ้มข้าวมันไก่สายไหหลำไทยอร่อยกว่าสายไหหลำสิงคโปร์)

 

ที่บอกว่าร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ คือ ที่หม่อมฯ บอกว่าเรียกลอดช่องสิงคโปร์เพราะขายกันที่ข้างโรงหนังสิงคโปร์ แค่ว่าหม่อมฯไปเจอครั้งแรกด้วยตัวเองที่ข้างโรงหนังแล้วเอามาทึกทัก.... มันใช่หรือ ? เพราะลอดช่องสิงโปร์มีขายทั่วไปแล้วในตอนนั้น ทางภาคใต้นี่เกร่อเลย .... งั้นทำไมไม่เรียก ลอดช่องภูเก็ต ลอดช่องหาดใหญ่ ลอดช่องเมืองคอนล่ะ ?

 

หลักฐานอย่างหนึ่ง คือ ลอดช่องสิงคโปร์ ของหม่อมฯ นั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับลอดช่องสิงคโปร์ต้นตำรับแท้ๆลอดช่องสิงคโปร์ มีแค่ 2 สี คือ สีขาว กับ สีเหลือง ... ไม่มีสีเขียว แล้วก็ไม่มีน้ำกะทิด้วย ลอดช่องสิงคโปร์แท้ๆ มีแต่ราดน้ำเชื่อมเคี่ยวจากน้ำตาลทรายแดง หรือตักน้ำตาลทรายแดงโรยไปดิบๆ ลอดช่องสิงคโปร์ ของหม่อมฯ สีเขียว ใส่กะทิเหมือนลอดช่องไทยมากกว่า

 

..... ลอดช่องไหหลำ “ตู่ฮ่วน” เป็นของกินพื้นบ้านของคนไหหลำ มาเมืองไทยนานจนบางทีคนรุ่นหลังหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอย่างเดียวกับ บั๊วกเกี้ย บั๊วกเกี้ยแท้ๆ มีเครื่องเคราอีกหลายอย่าง แห้ว ถั่วแดง ถั่วลิสง เม็ดบัว ฯลฯ และแค่มีเส้นลอดช่องไหหลำมาให้สี่ห้าตัว ทำให้หวานด้วยน้ำตาลทรายแดง และมีน้ำแข็งทุบก้อนเล็กๆ โปะหน้า ส่วน “ตู่ฮ่วน” มีเพียงเส้นลอดช่องสีขาวหรือสีเหลืองแค่นั้น ไม่มีเครื่องอื่นผสม  ตู่ฮ่วนบางเจ้าใส่น้ำเชื่อมทำจากน้ำตาลทรายแดง บางเจ้าไม่ใส่เชื่อมน้ำตาลทรายแดง ใส่น้ำตาลทรายแดงลงมาเป็นช้อนแบบเดียวกับเต้าฮวยร้อนที่ใส่น้ำตาลทรายแดงไว้ก้นชามแล้วเทน้ำขิงร้อนๆ ราดลงไป

อ่านที่เขียนมานี่ งงไหม ?

 

บั๊วกเกี้ย ก็ต่างกับ เต้าทึง เต้าทึงใส่น้ำเชื่อมลำไยหรือน้ำตาลทรายเคี่ยวธรรมดา ตู่ฮ่วนต้องใส่น้ำตาลทรายแดงจึงจะเรียกว่าตู่ฮ่วน

 

“ตู่ฮ่วน” ลอดช่องไหหลำแท้ๆ ในกรุงเทพฯ ยังพอเสาะพิกัดหากินกันได้ ที่แน่ๆ ช่วงตรุษจีนศาลเจ้าแม่ทับทิม ซังฮี้ มีให้กิน ต่างจังหวัดถ้าไม่ใช่จังหวัดที่มีชุมชนไหหลำเก่าแก่น่าจะหากินยาก ทั้งคนสมัยนี้เห่อของสมัยใหม่ บิงซู ว่าโก้ดี ส่วนคนเขียนถ้าให้เลือกระหว่าง บิงซู กับ ตู่ฮ่วน ... ขอเลือก (ไม่) กิน บิงซู มันไม่ชื่นใจ ไม่ลื่นคอเหมือนกินลอดช่องไหหลำ 

 

เส้นลอดช่องไหหลำ หรือ ลอดช่องสิงคโปร์ บางเจ้าเป็นเส้นคล้ายเส้นบะหมี่แต่สั้นกว่าเส้นบะหมี่ จึงมีอีกชื่อว่า หมี่หวาน วิธีทำคล้ายกับลอดช่องไทยด้วยการตั้งเตาต้มน้ำให้ร้อน เทแป้งผ่านตะแกรงที่เป็นรูลงไปจนแป้งสุกเป็นตัว ตอนเด็กๆ เดทำให้กินบ่อยๆ ปั้นเป็นเส้นตัวๆ ยาวๆ กลมๆ บ้าง เป็นลูกกลมๆ แบบบัวลอยบ้าง ไม่มีน้ำตาลทรายแดงก็ใช้น้ำตาลทรายขาวแทน นับว่าเป็นของกินประจำครอบครัวอย่างหนึ่ง

 

“เลี่ยงฮุ้น” เป็นคำศัพท์ที่คนจีนภาษาอื่นเรียก ตู่ฮ่วน ลอดช่องไหหลำ

“เลี่ยงฮุ้น” เป็นคำทับศัพท์ที่ได้ยินมาตั้งแต่ยังผู้เขียนยังเด็ก ใช้กันเกร่อเพื่อชี้หน้าคนกะล่อน ปลิ้นไปปลิ้นมา หลบไป หลบมา พูดจาหลบเลี่ยงไปทางโน้นทีทางนี้ทีเพื่อเอาตัวรอด ทำตัวลื่นไหลเหมือนลอดช่องที่ทำจากแป้งลื่นไหลปรู๊ดๆ ผ่านรอดรูตะแกรงลงในน้ำเดือด กลายเป็นเส้นลื่นๆ ตอนตักกินไม่ค่อยอยู่นิ่งต้องตักให้พอดีช้อน ไม่งั้นมันจะลื่นออกจากช้อน พอผ่านลำคอมันก็ลื่นปรู๊ดๆ ลงคอง่ายดาย

 

นี่จึงเป็นที่มาคำแสลง “เลี่ยงฮุ้น” .... กะล่อน ลื่นไหลปรู๊ดๆ ปลิ้นไปปลิ้นมา 

พูดจาหลบเลี่ยงไปทางโน้นทีทางนี้ทีเพื่อเอาตัวรอด ...

 ผู้เขียนนึกถึงโควิดกับพรก.คุมเข้ม ฉุกเฉินจนเลยเถิด ไม่ยอมเลิกเสียที 

.... “เลี่ยงฮุ้น” .... หรือเปล่าก็ไม่รู้ เนาะ.. !

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    4
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    5

2 ความเห็น

 
linchi

เป็นความรู้ครับ

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    2
 
3 ส

ติดตามครับ

ตกลง

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    5