เหตุเพราะพวกผู้ชายเขาไม่ยอม

เหตุเพราะพวกผู้ชายเขาไม่ยอม

https://www.thairath.co.th/content/1545588

อารยธรรมอียิปต์โบราณ ราวห้าถึงสามพันปี...ต่างก็มีองค์เทวนารี...สำคัญ บางองค์อาจสำคัญกว่า ถึงขนาดมนุษย์ต้องแย่งกันไปยกให้เป็น เป็นชายา เป็นมารดา เทวบุรุษระดับนำ จนเป็นเหตุให้สงสัยว่าแท้จริง

เทวนารีองค์นั้น อย่างองค์เทวีฮาเธอร์ เธอเป็นใคร และยิ่งใหญ่ ในยุคสมัยใดกันแน่

คนรุ่นหลัง เรียนรู้เรื่องราวเทวีฮาเธอร์จากจารึกบนผนังสุสานฟาโรห์หลายรัชกาล แต่ละรัชกาลก็มีฐานะต่างๆกัน

กิตติ วัฒนะมหาตม์ เขียนไว้ใน “เทพพยากรณ์ไอยคุปต์” (บริษัทสร้างสรรค์บุ๊คส์ จำกัด ตุลาคม 2545) เทวีฮาเธอร์ คือเทวีแห่งความงามและความรัก เป็นหนึ่งในสามขององค์เทวีผู้ยิ่งใหญ่

ที่เริ่มจากเทวีไอซิส ชายาเทพโอสิริส และเทวีบาสท์ เทวีแห่งความสุข ที่มักทรงปรากฏตัวในหน้ากากนางแมว

บางจารึก ยกย่องเธอเป็นผู้ครองฟ้า ทั้งซีกบูรพทิศ และซีกประจิมทิศ บางครั้งทรงปรากฏตัวในฐานะสุริยเทวี ควบคุมทั้งสวรรค์และบาดาล

ความยิ่งใหญ่นี้ แสดงออกด้วยสัญลักษณ์ของวัวสวรรค์ กล่าวกันว่า เป็นผู้ให้กำเนิดจักรวาล จนขนานอีกพระนามว่า มารดาแห่งเอกภพ

จารึกที่กล่าวถึงเทวีฮาเธอร์ในด้านความงาม ก็กล่าวว่า พระนางคือเทวีผู้เลอโฉมที่สุดในแดนสวรรค์ ทรงประทานความสวยสดงดงามแก่ธรรมชาติและสรรพสิ่ง หมายถึง ดอกไม้ที่บานสะพรั่งในท้องทุ่งอันเขียวขจี

และความสมบูรณ์แบบตามธรรมชาติของสัตว์อันหลากหลาย

กิตติ วัฒนะมหาตม์ บอกว่า มีความสับสนมากในเทวปกรณ์ เกี่ยวกับเทวีฮาเธอร์ จารึกที่ยกสุริยเทพรา เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่หมายเลข 1 บางแห่งเขียนให้เธอเป็นธิดา แต่อีกแห่งเขียนว่า ทรงเป็นชายา

จารึกหนึ่งเขียนให้เป็นมารดาของเทพโฮรุส เทพแห่งพลังอำนาจบนแผ่นดินโลก ซึ่งหมายความว่า เป็นชายาอีกองค์ของเทพโอสิริส

จารึกฉบับต่อมา กลับเปลี่ยนฐานะจากพระมารดา มาเป็นชายาเทพโฮรุสอีกองค์

สรุปความมนุษย์นั้น สร้างเทวนารีได้ตามใจ สมัยหนึ่งอยากให้เป็นแม่ ก็ต้องเป็นแม่ อีกสมัยอยากให้เป็นเมีย ก็ต้องเป็นเมีย

อยากให้เทวีฮาเธอร์ ยิ่งใหญ่เทียบเทียมเทวีไอซิส แต่ก็แต่งองค์ทรงเครื่องบนศีรษะ ให้มีสองเขาวัวงองุ้มเข้าหากัน ตรงกลางเป็นวงกลมของดวงจันทร์ ขณะที่องค์เทวีไอซิส มีวงกลมของดวงอาทิตย์

เทวปกรณ์หนึ่ง จารึกที่มาของเทวีฮาเธอร์ไว้เร้าใจมากว่า

เมื่อสุริยเทพรา เทวกษัตริย์ผู้เป็นฟาโรห์องค์แรก ทรงชราภาพเกินกว่าจะครองโลก มนุษย์ก็วางแผนกบฏ สุริยเทพราทรงสั่งสังหารเผ่าพันธุ์มนุษย์ โดยส่งเทวีเชคเมท สวมหน้ากากสิงโตตัวเมียลงไปจัดการ

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ดำเนินไปเนิ่นนาน จนมนุษย์เหลือน้อยลงทุกที องค์สุริยเทพราก็เกิดความเมตตา อยากจะช่วยมนุษย์ที่กำลังหนีตาย...ทรงส่งเลือดปลอมที่ทำจากไวน์ไปให้เทวีเชคเมทดื่ม จนบรรทมหลับ

เมื่อเทวีเชคเมท เทวีแห่งโหดร้ายหายนะฟื้น พระนางก็กลายเป็นเทวีแห่งความรัก เปลี่ยนบทดุร้ายมาเป็นบทพระเทวีผู้ทรงความเมตตาอาทรมนุษย์

บทบาทของเทวีฮาเธอร์ ลบเลือนไปตามความล่มสลายของราชวงศ์ไอยคุปต์ เมื่อราวๆ 3,500 ปีที่แล้ว

เหมือนๆกับการจางคลายหายไปของ “แม่ศรี” ผู้หญิงผู้ยิ่งใหญ่แถวๆอุษาคเนย์

หรือกระทั่งในการเมืองไทย ซึ่งวันนี้กว่าจะมีผู้นำหญิงขึ้นมาสักคน แม้คะแนนเลือกตั้งจะนำหน้า แต่ก็ดูจะยากเย็นแสนเข็ญเต็มที เหตุเพราะพวกผู้ชายเขาไม่ยอม.

กิเลน ประลองเชิง

*******

****************

*************************

ทำไมวัดร้างเพิ่มมากขึ้น? ยิ่งปฏิรูป'คนบวช'ยิ่งน้อย

สัปดาห์นี้ไปดูความเคลื่อนไหวของ “วงการสงฆ์” ค่อนข้างเงียบกริบ ยิ่งบรรยากาศหลังการออกกฎหวังปฏิรูปกรองคนบวช เห็นได้ชัดว่าคนบวชน้อยลง ซ้ำคนเข้าวัดลดลงแต่ที่เพิ่มขึ้นคือวัดร้าง

พุธที่ 17 เมษายน 2562 เวลา 11.00 น.

ตั้งแต่กรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูปถูกจับกุมที่ตอนนี้ยังอยู่ในเรือนจำ ส่วนอีกรูปหนีออกไปต่างประเทศ วงการคณะสงฆ์เงียบกริบมาก
 
การขับเคลื่อนการปฏิรูปคณะสงฆ์ที่ก่อนหน้านี้มีการประชุม สัมมนา สรุป ติดตาม ตามภารกิจ 6 ด้าน บวก 1 รวมทั้งการขับเคลื่อนแนวทางปฏิรูปอีก 13 โครงการ ที่ออกตัวกันอย่างคึกคัก ประชุมและลงพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ไม่แท้งก็เหมือนแท้ง
 
คือไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวให้เห็น ไม่เว้นแม้กระทั่งโครงการศีล 5 ที่คณะสงฆ์เริ่มทำไว้ตั้งแต่ช่วงรัฐบาล คสช. ใหม่ ๆ กิจกรรมทั้งหมดอยู่ในช่วง “พักฟื้น” หรืออย่างไรไม่ทราบ หรือจะเหมือนกับทางราชการบ้านเมืองที่ถูกกล่าวหาว่า “เกียร์ว่าง” ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่ แต่ดูเหมือนคณะสงฆ์รออะไรบางอย่างให้ความชัดเจนเหมือนพรรคการเมือง คือ หลังวันที่ 9 พ.ค. หรือไม่อาจทราบได้
 

แต่ผลพวงจากการปฏิรูปคณะสงฆ์ตอนนี้ที่เห็นชัด คือ จำนวนคนบวชน้อยลง ซึ่งเดิมน้อยลงอยู่แล้วมันยิ่งน้อยลงไปอีก ผมกลับไปต่างจังหวัดเพื่อไปเชิญชวนพระภิกษุ-สามเณรมาบวช ซึ่งผมทำอยู่เป็นประจำทุกปี คือ บวชฟรี ส่งเรียนฟรี ปีนี้เงียบไม่มีเสียงตอบรับเข้าร่วมบวชเรียนเลยสักคนเดียว ถามผู้ปกครองบอกว่า บวชเณรเดียวนี้อยู่ยาก ทน ๆ ส่งเรียนไปแบบนี้แหละ และอีกอย่างลูกหลานก็ไม่ประสงค์จะบวช เพราะบวชไปแล้วไม่รู้จะถูกตรวจสอบอะไรบ้าง สรุปคือ เป็นนักบวชในพระพุทธศาสนาในสังคมไทยตอนนี้อยู่ยากว่าอย่างนั้น
 
สำหรับคนบวชเป็นพระภิกษุ ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึง ตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยการรับรองของมหาเถรสมาคม ออกกฎเกณฑ์ป้องกันคนมีคดี ป้องกันคนปลอมตัวเข้ามาบวช ป้องกันคนจะเข้ามาหากินในคราบผ้าเหลือง ตอนนี้ “ส่ายหน้า” ทั่วบ้านทั่วเมือง
 

สาเหตุเพราะกว่าจะบวชได้ ต้องมีขั้นตอน ต้องเดินเอกสาร ต้องได้รับการตรวจสอบประวัติ ต้องตระเตรียมงานอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป บางคนจะบวชเข้าพรรษา บางคนจะบวชหน้าไฟ บางคนจะบวชแก้บน บางคนจะบวชอุทิศส่วนกุศล ต้องเดินเอกสารยุ่งยาก ตาสีตาสายายมียายมาต่างบ่นกันถ้วนหน้า ออกกฎมาโดยไม่ดูความพร้อมของชาวบ้าน คนเมืองออกกฎนั่งจินตนาการอยู่ในห้องแอร์ ไปทำลายวิถีชีวิตชาวพุทธและชาวบ้านทั้งประเทศ มาตรการนี้ผมว่ารัฐบาลและมหาเถรสมาคมต้องหาทางแก้ด่วน ไม่อย่างนั่นผลกระทบจะตามมาแน่นอน
 
ผลกระทบที่เห็นชัด คือ ปัจจุบัน “ศาสนทายาท” บวชเรียนน้อยลงมาก ในต่างจังหวัดบางวัดที่เคยมีพระเณรเยอะ ๆ ปัจจุบันหลงเหลือไม่กี่รูป ยิ่งสามเณรบางวัดแทบไม่มีให้เห็น กุฏิมีแต่ห้องว่างเปล่า บางส่วนไหลเข้ามาสู่เมืองกันหมด บางวัดเป็นวัดระดับเจ้าคณะอำเภอ มีพระภิกษุไม่ถึง 10 รูป สามเณรศูนย์
 
ไปสนทนากับเจ้าสำนักเรียนระดับจังหวัดแห่งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า เดียวนี้คนบวชเรียนน้อยเหลือเกิน ยิ่งสามเณรยิ่งไม่มี ไม่เหมือนกับสมัยเราเป็นสามเณรเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นสำนักเรียนแห่งนี้มีสามเณรเป็นร้อย ตอนนี้เหลือไม่ถึง 20 รูป ที่เหลืออยู่นี้ต้องดิ้นรนไปขอตามวัดต่าง ๆ เอามาอยู่ที่สำนักเรียนแห่งนี้ เพื่อมิให้สำนักเรียนปิดตัวลง และยิ่งเรียนบาลีอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเปิดเรียนพระปริยัติสามัญระดับม.1-ม.6 ด้วย จึงจะอยู่รอด
 

ส่วนที่เราเห็นในช่วงนี้ว่ามีการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนกันเยอะ ๆ เกือบทั้งหมดพ่อแม่ผู้ปกครองมาให้บวชช่วงระยะสั้น ๆ เมื่อครบกำหนดแล้วก็สึกออกไปเรียนต่อ
 
อันนี้เล่าให้คณะสงฆ์ ชาวพุทธ และหน่วยงานที่รับผิดชอบฟังว่า ผลกระทบจากการปฏิรูป การออกกฎเกณฑ์โดยไม่ได้ศึกษาบริบทความเป็นไปได้ วิถีชีวิตชาวบ้าน มันส่งผลกระทบแบบนี้ สิ่งที่ตามมาอีกเรื่องหลังจากนี้ คือ คนเข้าวัดจะน้อยลง วัดร้างจะเพิ่มขึ้น เพราะอะไร ผมว่าคนเข้าวัดใกล้ชิดพระพุทธศาสนาเท่านั้น จะเข้าใจสิ่งที่ผมพูด.


.................................


คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง


โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/704319

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

2 ความคิดเห็น

 
619

ง่ายๆเลยนะทำไมวัดร้างมากขึ้นก็เพราะ

ก็เพราะหลักคำสอนพระพุทธศาสนาคนเลวอย่างไอ้ไพบูนนำไปใช้ไงละ

แล้วยุคนี้คนทำเหี้?จะได้ดี  มันตรงข้ามกับคำสอนคนเลยเข้าวัดน้อย

วัดก็เลยร้างไงละ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ติดตามครับ

YES !

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0