เรื่องจริงที่สนุกกว่านี้ยังมีอีกมาก

6 ความคิดเห็น

ดึงจังหวะรอหวดลูก? อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/974213********************************************************************************************เรื่องจริงที่สนุกกว่านี้ยังมีอีกมาก อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/974418

 

********************************************************************************************09.00INDEX​โครงการรถไฟ “ความเร็วสูง”กับ”จีน” ​​​กับความศักดิ์สิทธิ์ ของ “มาตรา 44”

https://www.matichon.co.th/news/582588

การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการออกคำสั่งที่ 30/2560 เฉียบขาดอย่างยิ่ง

​สะท้อนการตัดสินใจในเชิง”ยุทธศาสตร์”

​เพราะชื่อของคำสั่งที่ 30/2560 คือ มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุง เทพมหานคร-นครราชสีมา

​ดำเนินการไปตามที่ นายวิษณุ เครืองาม สรุป

​”พยายามปลดล็อกให้หมด เพราะเรื่องนี้ได้เจรจากันมาประ มาณ 20 ครั้งแล้ว โดยใช้เวลา 3 ปี ติดอยู่ 3-4 ข้อ เมื่อแก้ไม่ได้ก็มาจนมุมว่าต้องใช้มาตรา 44″

​เท่ากับเป็นการใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหา โดยมี”เป้าหมาย”เดียวเท่านั้น

คือ ต้องมีรถไฟความเร็วสูง

หากมองในทาง”ยุทธศาสตร์” นี่คือ ความเห็นร่วมอันเป็นเอกภาพอย่างยิ่งระหว่าง 2 รัฐบาล

​1 รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

​1 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

​ต้องยอมรับว่า เมื่อปัญหานี้ตกมาอยู่ในมือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ใช่ว่าจะทำให้”โครงการ”สามารถเดินหน้าไปได้โดยราบรื่น

​พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รู้ดีว่าเพราะอะไร นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รู้ดีว่าเพราะอะไร

3 ปีที่พยายามจึงลงเอยที่”มาตรา 44″

เหมือนกับเมื่อตัดสินใจใช้ “มาตรา 44” แล้วทุกอย่างจะเดินหน้าได้โดยราบรื่น

ไม่จำเป็นต้องคิดถึง “ถนนลูกรัง”

ไม่จำเป็นต้องกังวลว่า เมื่อใช้เงินมากกว่า 3.3 ล้านล้านบาทแล้วจะได้มาเพียง “รถขนผัก” หรือไม่

​แต่ก็จำเป็นต้องยอมรับว่า การตัดสินใจในทาง”ยุทธศาสตร์”ใช่ว่าจะดำเนินไปด้วยความราบรื่นหรือไม่ เพราะปัญหาในทาง”ยุทธวิธี”ก็ยังดำรงอยู่

​เหมือนที่เคยใช้กับ”ธรรมกาย” เหมือนที่เคยใช้กับ”รถกระบะ”และก็ล้มเหลวมาแล้ว

​นี่จึงเป็น”ด่านทดสอบ”อีกด่านสำหรับ”มาตรา 44″

จะสามารถตีฝ่าด่าน”ถนนลูกรัง”ไปได้หรือไม่

 

มิถุนายน 2560

ด่วน! บิ๊กตู่ใช้ม.44 ไฟเขียวจีนสร้างไฮสปีด วิศวกร-สถาปนิกไม่ต้องอยู่ในบังคับกม.ไทย

https://www.matichon.co.th/news/582562

ภาพกราฟิกลิขสิทธิ์

วันนี้ (๑๕ มิถุนายน) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๐/๒๕๖๐เรื่อง มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา มีรายละเอียดระบุว่า

โดยที่มีความจําเป็นต้องพัฒนาระบบคมนาคมให้ก้าวหน้า ทันสมัย และสอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งทางราง ซึ่งรวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง ตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๕ แต่การดําเนินการดังกล่าวยังมีปัญหาและอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะข้อจํากัดตามกฎหมาย ซึ่งมีผลกระทบต่อการขับเคลื่อนโครงการและกรอบระยะเวลาการดําเนินการ และด้วยเหตุที่การดําเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้เป็นการดําเนินการในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ซึ่งโดยสภาพของข้อเท็จจริงย่อมจําเป็นต้องยกเว้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบบางเรื่อง ในขณะที่จะต้องดําเนินการด้วยความรอบคอบรัดกุม โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถเร่งรัดการดําเนินโครงการให้แล้วเสร็จได้โดยเร็ว จึงจําเป็นต้องกําหนดขั้นตอนและหลักเกณฑ์วิธีการไว้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้บริการ รวมทั้งเป็นการรักษาประโยชน์ของรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบคมนาคมของประเทศนําไปสู่การพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ ยกระดับศักยภาพการแขงข่ ัน และลดความเหลื่อมล้ําตามยุทธศาสตร์ของประเทศ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ในคําสั่งนี้“คณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน” หมายความว่าคณะกรรมการบริหารร่วมฝ่ายไทย เพื่อกํากับดูแลการดําเนินการ ตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๕

“โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา” หมายความว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ที่ดําเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๕

ข้อ ๒ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทําสัญญาจ้างรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นตัวแทนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีประสบการณ์ตรงด้านการพัฒนารถไฟความเร็วสูงที่ได้รับการรับรองคุณภาพและประสิทธิภาพจาก National Development and Reform Commission แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อดําเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา ดังต่อไปนี้

(๑) งานออกแบบรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา
(๒) งานที่ปรึกษาควบคุมงานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา
(๓) งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร

รัฐวิสาหกิจตามวรรคหนึ่งและบุคลากรของรัฐวิสาหกิจนั้นทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลหากต้องดําเนินการในลักษณะของการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมหรือวิชาชีพสถาปัตยกรรม ให้ได้รับยกเว้นไม่อยู่ในบังคับมาตรา ๔๕ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๔๕ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. ๒๕๔๓ และเพื่อประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพ ให้กระทรวงคมนาคมประสานให้สภาวิศวกรและสภาสถาปนิกจัดให้มีหลักสูตรฝึกอบรมและทดสอบแก่บุคลากรดังกล่าวตามความเหมาะสมในการกําหนดมูลค่าโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง การจัดทําร่างสัญญาจ้างและเงื่อนไขอื่นในการทําสัญญาจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้ผลการเจรจาต่อรองของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และผลประชุมของคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน มาเป็นกรอบในการพิจารณา โดยจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

ทั้งนี้ ให้วงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติสําหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา ถือเป็นราคากลางตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ในกรณีที่ไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามวรรคสาม ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรายงานผลการดําเนินการ รวมทั้งสาเหตุของความล่าช้าไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา ในการนี้ นายกรัฐมนตรีอาจพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปได้อีกตามที่เห็นสมควรหากนายกรัฐมนตรีไม่พิจารณาให้มีการขยายระยะเวลาออกไปตามวรรคสี่ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยยุติการดําเนินการ และให้กระทรวงคมนาคมรายงานผลการดําเนินการไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไปการดําเนินการตามข้อนี้ ให้คํานึงถึงประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการ ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการดําเนินกิจการและการใช้ทรัพยากรของรัฐ ทั้งนี้ ให้นําหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางในการใช้ระบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๘ มาใช้กับการดําเนินการด้วย

 

ข้อ ๓ ในการดําเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา และการทําสัญญาจ้างตามข้อ ๒ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบดังต่อไปนี้

(๑) กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดหาผู้ประกอบการและการเสนอราคา
(๒) กฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
(๓) คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๐ เรื่อง การกํากับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์พุทธศักราช ๒๕๖๐
(๔) ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๕) ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙
(๖) ระเบียบการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าด้วยการจ้าง พ.ศ. ๒๕๔๔
(๗) ระเบียบการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๔

ข้อ ๔ เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทําร่างสัญญาจ้างตามข้อ ๒ วรรคสาม เสร็จแล้วให้การรถไฟแห่งประเทศไทยส่งข้อตกลงการจ้างและร่างสัญญาจ้างให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาเห็นชอบก่อนส่งให้สํานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา โดยให้สํานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาจ้างให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาจ้าง และเมื่อสํานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาจ้างเสร็จแล้ว ให้กระทรวงเจ้าสังกัดนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีไม่เห็นชอบกับร่างสัญญาจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องคืนไปยังรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเพื่อพิจารณาทบทวนและเสนอความเห็นประกอบเรื่องทั้งหมดต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างสัญญาจ้าง ให้ส่งร่างสัญญาจ้างให้สํานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อนนําเสนอคณะรัฐมนตรีด้วย โดยให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมเมื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยลงนามในสัญญาจ้างต่อไป

ข้อ ๕ ในกรณีที่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการดําเนินงานตามคําสั่งนี้และการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถหาข้อยุติได้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรายงานปัญหาหรืออุปสรรคดังกล่าวให้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน เพื่อพิจารณาหาข้อยุติต่อไป
หากคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ไม่อาจหาข้อยุติได้ ให้ประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีนเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อวินิจฉัยปัญหาหรือสั่งการตามสมควร

ข้อ ๖ ในกรณีเห็นสมควรหรือมีปัญหาขัดข้องในการดําเนินการ หรือกรณีมีข้อจํากัดทางกฎหมายอื่นใด นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ ๗ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

+1
4
6ความคิดเห็น
ลิเกหลังม่าน
ลิเกหลังม่าน
17 มิ.ย. 2017 - 07:04

คำสั่งตาม ม.44 ฉบับนี้แปลไทยเป็นไทยได้ว่า...

ให้การรถไฟลงนาม (เซ็นต์) ลงบนกระดาษเปล่าได้เลย....

และ...

ให้จีนเขียนรายละเอียดร่างเงื่อนไขสัญญามา...

หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรทั้งนั้นทั้งหน่วยงานราชการไทยที่เกี่ยวข้องและบริษัทของจีน...

ระเบียบและกฏหมายไทยไม่มีผลใดใดต่อใครทั้งสิ้น...

...

 

+
2

ลิเกหลังม่าน
ลิเกหลังม่าน
17 มิ.ย. 2017 - 07:17

หากผมเป็นผู้บริหารฝ่ายจีน...

ผมจะสั่งให้ทีมกฏหมายของผมใส่เงื่อนไขลงไปในสัญญาข้อสำคัญข้อหนึ่งคือ...

หากมีกรณีพิพาทระหว่างจีนและไทยเกิดขึ้น....

ให้...

คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปขึ้นหรือฟ้องร้องต่อสู้ความกันที่ศาลในประเทศจีน...เช่นศาลที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน...

ข้ออ้างที่เป็นรูปธรรมจากฝั่งจีนในการยืนยันเงื่อนไขข้อกฏหมายอันนี้คือ...

ในเมื่อกฏหมายภายใต้...."ราชอาณาจักรไทย" ไม่มีผลบังคับใช้ต่อสัญญานี้...(ตามคำสั่ง ม.44) 

จึงต้องใช้กฏหมายของจีนบังคับใช้...ภายใต้อำนาจศาลจีน...

และแน่นอน...อะแฮ่ม...สัญญาฉบับนี้ต้องร่างด้วยภาษาจีนเท่านั้น...

...

+
2

ลิเกหลังม่าน
ลิเกหลังม่าน
17 มิ.ย. 2017 - 08:58

ครับ...

มีเรื่องที่น่าสนุกกว่านี้อีกมากมาย...

เช่น...

พี่ตู่ควรจะรีบออกคำสั่ง ม.44 อีกฉบับตามมาอย่างเร่งด่วนทันทีทันใดนะขอรับ...

ประกาศห้ามไม่ให้มีถนนลูกรังภายในราชอาณาจักรไทยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป....

ห้ามมิให้มี...ห้ามใช้...ห้ามครอบครอง...สั่งปิดถนนลูกรังให้หมดทั่วประเทศ...............

ใครฝ่าฝืนคำสั่ง...ให้ทหารไปเชิญตัวมาคุยและเลี้ยงกาแฟก่อน...

หากยังฝ่าฝืนอีก...ค่อยดำเนินการตามกฏหมายและกระบวนการ "ยุติ-ธรรม" ตามใจพี่...

...

เรื่องถนนลูกรังต้องรีบกำจัดและดำเนินการโดยเร่งด่วน...

มิฉะนั้น...พวก ปชป. เหลือง สลิ่ม ธงชาติ กกปส. จะไม่พอใจแล้วออกมาโวยวายว่า...

ตุลาการรัฐธรรมนูนเคยชี้กรณีนี้ไว้แล้วตั้งแต่สมัยนายกฯปู...

...

+
1

ICT
ICT
17 มิ.ย. 2017 - 10:42

พี่ตู่ พยายามเอาใจจีนมาใส่ในใจพี่ตู่  แต่พี่ตู่ไม่เคยเอาใจคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศนี้ไปใส่ในใจพี่ตู่เลย เรื่องจริงที่สนุกกว่านี้จึงยังมีอีกมากมาย หัวเราะ

+
3

zolong
zolong
17 มิ.ย. 2017 - 13:24

อยากจะหัวเราะ .................

พวกเอ็งรู้จักจีนน้อยไป ........................

เล่ห์เหลี่ยมการตกลงต่าง ๆแพรวพราว .......................

เมื่อเอ็งยอมกระทั่งใช้ม.44 แก้กฎหมาย ......... เปรียบเหมือนแก้ผ้าให้เอาฟรีแล้ว ................

รับประกันครับ ...................มันยังไม่เอาง่าย ๆ ................ มันยังมีลูกเล่นตามมาอีก ...................

ใคร ๆก็มองออกว่า ........... ตูบอยากมีรถไฟฟ้าเป็น Signature ..... ดูได้จากอาการ กระเห้ยนกระหือรือ ........ ทำไมจีนมันจะมองไม่ออก

ยังจะมีอีกหลายกระทอกจากจีน ...................

แล้วจะรอ .............. หัวเราะดัง ๆๆๆๆๆๆๆ ..........

 

+
2

Loading...