หนังน้ำเน่าบทเดิมๆที่ฉายซ้ำจนคนจำได้ เอ้า...ไม่เชื่อก็คอยดู

หนังน้ำเน่าบทเดิมๆที่ฉายซ้ำจนคนจำได้ เอ้า...ไม่เชื่อก็คอยดู

https://www.thairath.co.th/content/1545935

การที่ถูก “ลูบคม” โดน “พลังประชารัฐ” บุกเจาะ “ถ้ำเสือ” เขตเมืองตรัง บ้านเกิดในชีวิตและถิ่นแจ้งเกิดทางการเมืองของ “เทพเจ้าชวน” ไม่นับจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา เรียกว่าหัวเมืองใหญ่ของภาคใต้ของประชาธิปัตย์โดนตีแตกกระจาย แพ้ยับเยินสุดในชีวิตการเมืองของ “ลูกแม่ถ้วน”

มันปฏิเสธไม่ได้กับเรื่อง “คาใจ” จะโหวตให้คู่แข่งที่ลูบคม

โดยเฉพาะเบื้องลึกที่ยังอยู่ในวังวนเดิม อาการแบบที่นายชวน ยังท่องมนต์ปลอบใจลูกทีม อย่าท้อ ต้องต่อสู้ เพราะเราแพ้อำนาจเงิน อำนาจรัฐ สคริปต์เก่า หนังน้ำเน่าบทเดิมๆที่ฉายซ้ำจนคนจำได้

และนั่นก็ทำให้ปรมาจารย์ชวนลืมนึกถึง “โลกแห่งความเป็นจริง” ในยุค 5 จี ที่คนใต้ โหวตเตอร์รุ่นใหม่ๆได้แสดงให้เห็นถึงความเบื่อหน่ายพรรคการเมืองเดิม ที่คนเก่าคนแก่จงรักภักดีมาหลายสิบปี

เลือกตั้งกี่ครั้งก็ชนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้แต่เสาไฟฟ้าลงยังได้

แต่สิ่งที่เห็นก็คือ ไม่มีการพัฒนาการใดๆ โดยเฉพาะจุดแรกที่สะท้อนถึงความเจริญ นั่นคือถนนหนทางไปสู่ภาคใต้ยังเป็นถนนแบบเดิมๆเลนแคบๆเมื่อเทียบกับเหนือ อีสาน ตะวันออก

ทั้งๆที่ภาคใต้มีศักยภาพสูงสุดในเรื่องของการท่องเที่ยว

และก็อย่างที่เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนใต้ยังผูกติดอยู่กับยางพารา ปาล์มน้ำมัน ชะตาปากท้องขึ้นลงตามกลไกราคาพืชผลในตลาดโลกที่นับวันจะเตี้ยลงๆ

ตรงกันข้ามกับความพยายามของรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีมือบริหารอาชีพอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ ได้ออกแรงยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้อย่างเห็นเนื้อเห็นหนัง

ทั้งการผลักดันเมกะโปรเจกต์เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เชื่อมโยง 4 จังหวัด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช การผุดรถไฟฟ้ารางเบา เพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในจังหวัดภูเก็ตให้มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ รองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

นั่นก็ไม่แปลกที่พรรคพลังประชารัฐจะเหมา ส.ส.ภูเก็ตทั้งสองเขต

และเหตุผลเหนืออื่นใด จุดแตกหัก นั่นคือการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตีไพ่พลาด ประกาศไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นจุดให้คนใต้ผวา บทบาทของประชาธิปัตย์เท่ากับเปิดทางให้ระบอบทักษิณคืนชีพ จึงรีบช่วยกันออกมาเทคะแนนหนุนพรรคพลังประชารัฐ ตัดหางประชาธิปัตย์

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ฝ่ายที่ “หนุนลุงตู่” จึงมีคำตอบกลับไปพูดกับคนใต้ได้ง่ายๆ

ตรงกันข้ามกับฝั่งที่ยังยักท่าจะเป็นฝ่ายค้านอิสระ แม้แต่นายชวนเองที่อาจจะกอดภาพ “เจ้าหลักการ” รอล้างมือในอ่างทองคำ แต่ในสภาพที่พรรคประชาธิปัตย์ส่อแตกซ้ำรอยประวัติศาสตร์ “กลุ่ม 10 มกรา”

ไม่รู้จะต้องใช้เวลาอีกกี่ชั่วอายุคนจึงจะฟื้นคืนชีพ.

กำปั้นหยก

***********

********************

**********************************

https://www.thairath.co.th/content/1545573

กรณีเสี่ยรถเบนซ์ถองเบียร์จนเมาปลิ้นซิ่งรถข้ามเลนชนประสานงา รถเก๋งรอง ผกก.กองปราบ จนพังยับเยินทำให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล กับภรรยา เสียชีวิตคาที่ และบุตรสาวคนเล็กอายุ 12 ปี บาดเจ็บสาหัส ทั้งๆที่ขับรถอย่างถูกต้องตามกฎจราจร

ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของเสี่ยรถเบนซ์สูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

สูงเกินกฎหมายกำหนดกว่า 5 เท่าตัว

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าพวกเมาแล้วซิ่ง ถือเป็น “ภัยสังคม” อย่างร้ายแรง

ทำให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเหยื่อเสียชีวิต หรือบาดเจ็บสาหัส หรือต้องเป็นผู้พิการ จากการเมาแล้วขับมาแล้วมากมาย

ถ้ายังไม่มีมาตรการทางกฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดเมาแล้วขับอย่างเฉียบขาดจริงจัง อุบัติเหตุร้ายแรงจากคนเมาหลังพวงมาลัยจะไม่ลดลงแถมเพิ่มขึ้นๆทุกปีๆ

คดีนี้ตำรวจเจ้าของคดีฟ้องเสี่ยรถเบนซ์ ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นเพิ่มอีก 2 กระทง

เพื่อให้ศาลตัดสินลงโทษผู้กระทำผิดข้อหาเมาแล้วขับให้หนักขึ้นเท่าตัว

แต่ศาลพิจารณาแล้วให้ตัดข้อหาความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาและข้อหาพยายามฆ่าออกไป

เหลือข้อหากระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต หรือทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยไม่เจตนา (ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และจำคุกไม่เกิน 10 ปี)

ประเด็นอยู่ที่คดีความผิดเมาแล้วขับ เมื่อจำเลยรับสารภาพจะได้ลดโทษจาก จำคุก “เป็นรอลงอาญา”

ผลคือพวกตีนผีเมาซิ่งไปชนคนอื่นตาย ถือเป็นความผิดฐานประมาทจึงไม่ต้องติดคุกหัวโต

หากแก้ไข ก.ม.อาญาเพิ่มอัตราโทษความผิดฐานเมาแล้วขับให้หนักขึ้นเท่าตัว พวกที่ชอบเมาแล้วซิ่ง ซึ่งเป็นภัยร้ายของสังคมไทย จะเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าท้าทายกฎหมายอย่างที่ผ่านมา

ชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมากจะไม่ต้องกลายเป็นเหยื่อตีนผีเมาแล้วซิ่งที่อาละวาดอยู่บนท้องถนนทั่วบ้านทั่วเมือง

“แม่ลูกจันทร์” สนับสนุนความเห็นของ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่เสนอให้แก้ไข ก.ม.อาญา มาตรา 291 เพิ่มโทษความผิดฐานกระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

หากผู้กระทำความผิดอยู่ในภาวะมึนเมา เพราะเสพสุรา หรือเบียร์ หรือยาเสพติดอื่นใดให้เพิ่มอัตราโทษจากปัจจุบันจำคุกไม่เกิน 10 ปี

เป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต

หรือเท่ากับความผิดฐานฆ่าคนตาย โดยเจตนา

แยกความผิดฐานเมาแล้วขับรถทำให้ผู้อื่นตาย ออกจากความผิดฐานประมาทให้ชัดเจน

“แม่ลูกจันทร์” ขอเสนอความเห็นเพิ่มเติมว่าคดีเมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ไม่ควร “รอลงอาญา” อีกต่อไป

ใครเมาแล้วขับทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต้องติดคุกสถานเดียว!!

ยิ่งกว่านั้น ควรเพิ่มมาตรการให้ผู้กระทำความผิดต้องจ่ายสินไหมทดแทนครอบครัวผู้เสียชีวิตมากขึ้นอีกเท่าตัว

“แม่ลูกจันทร์” กระชุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หน.คสช. โปรดใช้อำนาจ ม.44 แก้ ก.ม.อาญา เพิ่มโทษเมาแล้วขับให้เกิดผลบังคับทันที

เพื่อให้สังคมไทยรอดปลอดภัยจากพวกเมาแล้วซิ่งอย่างจริงจัง

จะเกิดกระแสชื่นชม “นายกฯลุงตู่” กันตรึม

เรตติ้งลุงตู่จะพลิกกลับมาเป็นบวกเห็นทันตา เอ้า...ไม่เชื่อก็คอยดู

“แม่ลูกจันทร์”

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

ติดตามครับ

งงงง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0