ว่าด้วยโพสต์ของ หมอเลี๊ยบ

ว่าด้วยโพสต์ของ หมอเลี๊ยบ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2956822347732908&id=10000215...

 

 Facebook logo

 ไปที่หน้าหลัก

ว่าด้วยโพสต์หมอเลี้ยบ ซึ่งคงอ่านกันเยอะแล้วละ

แต่อ่านเมนท์แล้วหลายคนไม่ยอมรับ ไม่เชื่อ ทำไมหมอเลี้ยบต้องมาชี้แจงแทนรัฐบาล

ขอบอกว่าหมอเลี้ยบไม่ได้ชี้แจงแทนรัฐบาลนะครับ แค่ชี้แจงแทนกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหมายถึงบุคลากรทั้งหมดที่เขาทำงานอยู่ ตั้งแต่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค สปสช. กระทรวง ไปจนสาธารณสุขจังหวัดต่างๆ โรงพยาบาลต่างๆ

นัยที่มากกว่านั้น ที่ผมอยากเพิ่มคือ ฝ่ายเรา "อย่าหลงทิศผิดทาง" อย่าเอาความไม่เชื่อมั่นรัฐบาล รัฐมนตรี ไปปนกับการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข

ซึ่งเขากำลังทำงานอย่างได้ผล ทั้งที่อยู่ภายใต้ความห่วยของรัฐบาล ถ้าเอาแต่ด่าๆๆ ไม่เชื่อๆๆ หาว่าตกแต่งตัวเลข ปกปิดข้อมูล ทำไมไม่ตรวจเชื้อวงกว้าง บลาๆๆ

อีกไม่กี่วันถ้าระบบสาธารณสุขประสบความสำเร็จ ลดผู้ติดเชื้อลงต่ำสิบ คุณจะ "หน้าแหก" และตั้งตัวไม่ทัน

ย้ำอีกทีว่านี่ไม่เกี่ยวกับความห่วยของรัฐบาล เช่นควรจะสกัดกั้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ กักตัวคนเดินทางจากต่างประเทศ ตั้งแต่ก่อนนี้ก็ไม่ทำ (ถ้าจำได้ กระทรวงสาธารณสุขเสนอให้ยกเลิก Visa on Arrival นักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่ปลายเดือนมกรา ครม.ตีกลับ) สั่งงดกิจกรรม สนามมวยยังฝ่าฝืน ศิลปินกลับจากสเปนโวยมาตรการสุวรรณภูมิ โดนเฟคนิวส์ ผู้ว่า กทม.ออกคำสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง (ถูก) แต่รัฐบาลไม่เตรียมการ ไม่คิดว่าจะทำให้คนทะลักออกต่างจังหวัด ฯลฯ

แต่ขณะเดียวกัน ระบบสาธารณสุขเขาก็ทำงานเข้มแข็ง โดยเฉพาะการตามหาตัวผู้ป่วย กักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิด สอบสวนโรค ตามไทม์ไลน์ ใครไปที่ไหนมาบ้าง กำหนดกลุ่มเสี่ยง

นี่ต่างหากที่ทำให้ผู้ติดเชื้อลดลง ควบคุมได้ ภายใต้ทรัพยากรจำกัด (อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมเอื้อด้วย เช่น บ้านเราไม่พบว่าผู้ติดเชื้อเดินเข้าเซเว่นแล้วติดทั้งร้าน มันน่าจะแพร่กระจายยากกว่าอิตาลีสเปน)

แต่กระทรวงสาธารณสุขก็เจอดราม่าเยอะมาก ทั้งจากความไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ไม่เชื่อถือรัฐมนตรี รวมถึงพวกหมอปากเก่งนอกกระทรวง ตีปี๊บอย่างนั้นตีปี๊บอย่างนี้

ยอมรับว่าช่วงแรกผมก็สับสนเหมือนกัน จนวันที่หมอเลี้ยบชี้ว่า กราฟ 3.5 แสน ตาย 7 พัน มันสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวจนคนยอมรับการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ผมจึงมองเห็นอีกด้าน

คือถ้าเราสับสนเกินไปก็เข้าทางอำนาจ เหมือนคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจกระบวนการควบคุมโรคของสาธารณสุข ยังเห็นตัวเลขร้อยกว่าๆๆ ก็คล้อยตามเคอร์ฟิวจับโควิดตอนสี่ทุ่ม

ประเด็นที่ควรมองให้ทะลุคือ เอาเข้าจริง ระบบสาธารณสุขเราเข้มแข็งรับมือได้ โดยไม่จำเป็นต้องประกาศ พรก.ฉุกเฉินเลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องประกาศเคอร์ฟิว ไม่ต้องใช้อำนาจบ้าๆบอๆ ห้ามขายเหล้า บังคับใส่หน้ากาก ไม่ใส่มีโทษอาญา (เอาสิ่งที่ประชาชนทำด้วยจิตสำนึกมาแปลงเป็นอำนาจจับกุม) ไม่ต้องไปไล่จับเด็กแว้นคนเมาเอาโทษหนัก (จับก็ว่าตามความผิดไม่ใช่พ่วง พรก.ฉุกเฉินยาแรงชักนำให้สังคมระบายความโกรธไปที่คนเหลานั้น) แล้วทำให้คนที่จำเป็นต้องเดินทางช่วงค่ำลำบากแออัด กระทบการขนส่งสินค้า (กระทั่งเกิดคดีจับตาย)

ประเด็นที่ต้องวิจารณ์คือการใช้อำนาจเกินสมควรแก่เหตุ แล้วยังอาศัยมาสร้างความนิยม สังคมไทยซึ่งนิยมการใช้อำนาจใช้ยาแรงก็ตกเป็นเหยื่อไม่จบสิ้น จนปลุกความเกลียดชัง

เรื่องเหลานี้ต่างหากที่ควรจะเป็นหลัก ไม่ใช่ตั้งแง่กับระบบสาธารณสุข ซึ่งผมไม่คิดว่าเขาจะบิดเบือนตัวเลขได้ เพราะยังไงความจริงมันก็ต้องเห็นประจักษ์ (คือถ้าคนตายเกลื่อนยังไงก็ปกปิดไม่อยู่)

แต่ข่าวดราม่ามันเยอะมาก ยกตัวอย่างเรื่องความขาดแคลน ข่าว รพ.น้ำยาตรวจเชื้อหมด ก็จริงดิ หมด แต่วันรุ่งขึ้นก็มี (ไม่เป็นข่าว) มันเป็นธรรมดาของการรับมือกับโรคฉุกเฉินฉุกละหุกที่ไม่เคยพบมาก่อน

เรื่องการตรวจเชื้อ ผมเคยถามหมอเลี้ยบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็บอกว่า ตอนนั้นมันสับสน ไม่มีใครรู้ตัวเลขจริงสักคน เพราะไม่มีการจัดระบบ ต่างคนต่างส่งตรวจ แล้วจะแจ้งกรมควบคุมโรคเฉพาะที่ผลเป็นบวก ผลเป็นลบไม่แจ้ง สปสช.กำลังเข้าไปจัดระบบ เพราะได้รับงบมาเป็นแม่งาน รื้อระบบย้อนหลังหมด ให้มาเบิกตังค์ที่ สปสช. โดยส่งรายงานมาใหม่ ตัวเลขมันจึงรวบรวมใหม่

คือเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับหมอเลี้ยบว่า ควรใช้มาตรการเชิงรุก ตรวจเชื้อให้มากขึ้น แต่ยังไงก็ต้องมีข้อจำกัด คือถ้าบอกว่าใครมีไข้ตรวจให้หมด กรมควบคุมโรคก็บอกว่า สถิติคนไทยเป็นไข้วันละแสนคน มันตรวจไม่ไหวหรอก

คือต้องเข้าใจว่า ในความหวาดผวา คนไทย 65 ล้านคนอยากตรวจหมด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่างที่ รพ.เอกชนเคยคิดจะเปิดตรวจ Rapid Test แบบไดรฟ์ทรู ผมว่ากำไรเละ คนชั้นกลางแห่กันไปเสียตังค์และกลับมานอนสบายใจ 14 วันก็เสี่ยงใหม่ ต้องไปตรวจใหม่ (ยังดีที่ Rapid Test มีปัญหายกเลิกนำเข้าหมด)

ที่มีการตรวจเชิงรุก ที่ปูพรม สธ.ก็ทำที่ภูเก็ต ซอยบางลา ป่าตอง https://prachatai.com/journal/2020/04/87075

แต่นั่นมันคือพื้นที่คล้ายๆ ชุมชนรอบโบสถ์เมืองแทกู กลุ่มอื่นๆ จะตรวจมากขึ้นแค่ไหนต้องกำหนดทางวิชาการ

บางทีผมก็รำคาญพวกที่บอกให้ปูพรมๆๆ เกาหลีใต้ตรวจสองแสน นั่นคือเขากำหนดกลุ่มเสี่ยงแถวเมืองแทกู เราจะไปปูพรมที่ไหน อย่างมากก็คือคนสัมผัสใกล้ชิด บางคนก็คิดว่ามีซอมบี้จำนวนมากเดินรอบตัวเรา พวกติดเชื้อไม่แสดงอาการ แต่สถิติมันก็บอก ที่พบคนติดเชื้อแต่ละวัน มีพวกติดไม่รู้อิโหนอิเหน่น้อยมาก คนไม่แสดงอาการมีโอกาสแพร่เชื้อน้อย ส่วนใหญ่ก็จะคนใกล้ชิด ไม่ใช่เข้าเซเว่นกับเราแล้วติดหมด และส่วนใหญ่ก็มาจากกลุ่มเสี่ยง เช่นคนเดินทางกลับจากต่างประเทศ พวกนี้พอพ้นระยะ สักช่วงหนึ่งก็หาย กลายเป็นคนมีภูมิคุ้มกัน อย่างน้อย 7-8 เดือน

อันนี้พูดในฐานะคนที่ติดเชื้อเมื่อไหร่ตายแหง ผมก็ยังไม่บ้าจี้เรื่องตรวจปูพรม

ย้ำอีกทีว่าอย่าไปจ้องจับผิดระบบสาธารณสุข เขาทำงานได้ผล ซึ่งตรงกันข้าม มันแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใช้อำนาจล้นเกินจำเป็น ไม่ต้องถึงขั้นประกาศฉุกเฉิน (ถ้าจำเป็นประกาศบางพื้นที่) ใช้ พรบ.โรคติดต่อในระดับที่พอเหมาะ ความจริงก็เอาอยู่

ในภาพอาจจะมี ข้อความ
 

 

  • รัก
    7
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    5

13 ความเห็น

 
Prem

.....งคนนี้แหละ....ที่น่าจะเป็นนายกฯได้

  • รัก
    6
  • ฮ่าฮ่า
    7
  • ว้าว
    5
  • เศร้า
    5
 
3 ส

ชื่นชมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ครับ

คารวะ

  • รัก
    9
  • ฮ่าฮ่า
    8
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    7
 
ฮันนี่บอย

ไอขี้คุก

เยื่ม

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    4
 
ชาติอนุรักษ์

เป็นอะไรมากเปล่า
ถ้าป่วยมากก็ไปรักษาซะนะ

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    8
  • ว้าว
    8
  • เศร้า
    6
 
willy

14

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    8
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    5
 
Prem

ถึงจะเคยติดคุก....แต่ไม่เคยเป็นอาชญากรเหมือนไอ้ประยุทธที่ต้องอภัยโทษพวกมันที่ก่อ รปห. นะคีับ....ผมว่า

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    8
  • เศร้า
    4
 
ฮันนี่บอย

ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร ไม่เคยได้ยินรึไง

  • รัก
    4
  • ฮ่าฮ่า
    9
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    6
 
ปั้นจิ้ม

โอ้...ถึงเวลากะเทยน้อย โผล่แล้วหรา
ไม่เห็นอีหนูกะเทยดากบาน"หั่นนี่"โดนแล้วเด้อ อี ห่า โค๊ย เสียก
มาๆๆๆ มาคุยดัวย อม หรรมกู ไปด้วย
อีกนิด ไปบอกอี เสรี หัวล้านลูกพี่มึง มาคุยกันกับกูหน่อยนะ
อีพวกอสุจิขึ้นสมองแบบพวกมึงนี่ เจอเดฟ...จบข่าว

  • รัก
    7
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    8
  • เศร้า
    5
 
willy

งง ๆ

อ้าว..! เป็นกะเทยเหรอ?

18

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    7
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    7
 
หลวงพี่เตี้ย

เป็นแฟนไอ้ตู่ครับ

16

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    7
  • ว้าว
    8
  • เศร้า
    5
 
ชญานุช

ไอ้ห่าจิกมาทำไมวะ

  • รัก
    9
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    7
 
ปั้นจิ้ม

คน เฮี่ย ยังอวดซ่า ว่ากูกล้า

แต่ชะตา ถ้าจะขาด ไอ้ ชาติหมา

ไม่ได้ดู กี่ร้อยตีน กี่บาทา

แค่เวลา มาถึง มึงจมตีน....

...\***/yoyo_02\***/

  • รัก
    6
  • ฮ่าฮ่า
    7
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    5
 
markpakma

คนบางประเภทต่อต้านคนอื่นเพราะโรคจิตชอบเรียกร้องความสนใจ

คนพวกนี้ชอบที่จะยืนตรงข้ามคนส่วนใหญ่เพื่อให้คนสนใจ

ชอบยั่วยุให้คนด่าเพราะนั่นคือได้คนมาสนใจ

เป็นคนบ้าคนหนึ่งเท้านั้น พอไม่มัใครสนใจมันก็ไป

แต่ถ้ามีคนไปตอบโต้ก็ยิ่งชอบใจเพราะเรียกร้องความสนใจได้ผล

เป็นแค่โรคจิตชนิดหนึ่งที่เขาต้องการการรักษาเยียวยาจิตใจ

หากปล่อยไว้มักจะอาการกำเริบทุกครั้งที่มีคนไปด่ารุนแรงรัฐบาล

เขาจะรีบเข้ามาตอยโต้ทำตัวเสมือนปกป้องรัฐบาล

แต่แท้จริงแล้ว..เขาเข้ามาสนองอารมณ์ของตัวเอง

หาคู่ทะเลาะ..เพื่อดับอาการโรคจิตวิปริตหาเพื่อนคุยกันรู้เรื่องไม่ได้ในบ้านหรือที่ทำงาน

คนแบบนี้พอไม่มีคนคุยด้วยเดี๋ยวมันก็ไป.. เพราะมันไม่สนุกแล้ว

ไม่มีใครคุยด้วยเหมือนชีวิตจริงประจำวัน..เป็นโรคจิตชนิดหนึ่งเท่านั้น

ไม่รู้เวลามีอารมณ์ทางเพศจะต้องใส่แว่นดำทำรักด้วยไหม

เพราะต้องการหลบสายตาคู่ขาไม่อยากให้ใครรู้เห็นอาการเวลามีอารมณ์

และมักจะใส่แว่นดำปกปิดสายตาตลอดเวลา..โรคจิตครับ..แค่โรคจิต

  • รัก
    6
  • ฮ่าฮ่า
    9
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    3