ระวัง “ขาดทุน” ทั้งขึ้นทั้งล่องนะครับ ประหยัดก็ไม่ได้ ชาวบ้านก็บ่นพึม

3 ความคิดเห็น
30 บาทเผือกร้อนลุงตู่ : คอลัมน์ ใบตองแห้ง

https://www.khaosod.co.th/politics/news_401483

 

 

 

30 บาทเผือกร้อนลุงตู่

 

ใบตองแห้ง

 

“แก้กฎหมายบัตรทอง NGO คือผู้สูญเสีย” บางคนตีปี๊บ หลังเห็นเครือข่าย NGO ชุมนุมคัดค้านและวอล์กเอาต์

 

ทั้งที่ความจริง “30 บาทรักษาทุกโรค” เป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชน 48.8 ล้านคน โดยไม่แบ่งข้างเลือกสี แม้เสื้อแดงกอด “30 บาท” ว่านี่นโยบายทักษิณ แต่คนที่ผลักดันก็มีทั้ง NGO แพทย์ชนบท (เป่าปี๊ดๆ) คนได้อานิสงส์ก็มีทุกภาค ทุกชนชั้น เว้นแต่ข้าราชการ หรือคนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมี ที่ไม่เข้าคิวให้เสียเวลา

 

ฉะนั้น ถ้าแก้กฎหมายแล้วเกิดผลกระทบ คนเดือดร้อนก็ไม่ใช่เสื้อสีไหน ไม่ใช่แค่ NGO แต่ข้ามสีไปหมด เอาง่ายๆ การแก้ไขสัดส่วนบอร์ดสปสช. จากเดิมมีผู้แทนอปท. 4 คน คือ กทม. อบจ. เทศบาล และอบต. ก็จะเหลือ 3 คน ตัด อบต.ออกไป โดยอ้างว่ารัฐบาลจะยุบอยู่แล้ว อ้าว อย่างนี้อบต.ไม่โวยหรือ

 

ฝั่งเห็นด้วยกับการแก้ไข ก็เห็นหน้าเห็นตาชัดได้แก่แพทย์ ร.พ.มหาวิทยาลัยบางคน กับ “ประชาคมสาธารณสุข” ซึ่งคง ไม่ต้องบอกว่าสีไหน ไม่มีคนหนุนมากมายอะไร แต่กุมความ ได้เปรียบคือทัศนะสอดคล้องกับผู้มีอำนาจ กับรัฐราชการ ซึ่ง มองว่างบ 30 บาทสิ้นเปลือง ไม่มีความจำเป็นเหมือนอย่าง งบกลาโหมที่ต้องเพิ่ม 3 เท่าใน 11 ปี

 

เพียงแต่ด้านที่เสียเปรียบคือคุณหมอๆ ทั้งหลายไม่เก็บอาการ บ่นชาวบ้านนิสัยเสีย ให้กินฟรีไม่ต้องจ่ายเงินก็กินพร่ำเพรื่อ ให้รักษาฟรีไม่ต้องจ่ายเงินก็เลยป่วยพร่ำเพรื่อ

 

สถานการณ์อย่างนี้ ระวังนะครับ บัตรทองจะเป็นเผือกร้อนยัดมือลุงตู่ ทั้งที่ลุงตู่อาจไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อุตส่าห์นำออกกำลังกาย เล่นกะลาสามัคคี หวังให้ประชาชนสุขภาพดี อาจถูกหาว่ามีเจตนาล้ม 30 บาทอีกก็ได้ ทั้งที่อาจแค่ไม่เข้าใจ ปัดโธ่ จะให้รู้ทุกเรื่องได้ไง ยิ่งเรื่องหมอๆ ก็ให้รัฐมนตรี ให้กระทรวงเขาว่ากันไป แต่สุดท้ายได้เผือกร้อนยัดมือ

 

ถ้าเข้าใจ การแก้กฎหมายครั้งนี้ นอกจากทำให้ขัดแย้งวงกว้าง กระทบสิทธิชาวบ้าน เรื่องที่หวังจะช่วยประหยัดงบประมาณ ก็เป็นไปไม่ได้ เผลอๆ จะบานปลายด้วยซ้ำ

 

อ้าว ไม่ได้ฟังหรือ ก็คุณหมอทั้งหลายท่านโวย สปสช.ว่า ร.พ.ขาดทุน เพราะไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เบิก ถ้าพวกท่านได้เป็นใหญ่ในบอร์ด ยอดเบิกจ่ายมิบานกระจุยหรือ (เว้นแต่พวกท่านจะหาวิธีดัดนิสัยคนไทย “ชอบของฟรี” เช่นให้ร่วมจ่าย)

 

 

สปสช.ทำหน้าที่เหมือน “บริษัทประกัน” ด้านหนึ่งก็ดูแลคุณภาพบริการให้ประชาชน อีกด้านหนึ่งก็ควบคุมค่าใช้จ่ายให้เจ้าของเงินคือรัฐบาล จึงไม่แปลกที่กระทบกระทั่งกับหมอพยาบาล และไม่ได้บอกว่า สปสช.ถูกทุกอย่าง

 

แต่ถ้าเพิ่มผู้แทนร.พ.มานั่งในบอร์ด 7 คน ทั้งที่มีสภาวิชาชีพ เช่น แพทยสภาอยู่แล้ว 5 คน ถามว่า สปสช.จะดูเรื่องร้องเรียนให้ชาวบ้าน กับคุมการเบิกจ่ายให้รัฐบาลได้อย่างไร

 

เรื่องใหญ่อีกเรื่องที่ไม่ค่อยพูดกันคือ การแก้กฎหมายครั้งนี้ จะแยกเงินเดือนบุคลากร แพทย์ พยาบาล ออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว

 

ต้องเข้าใจนะครับว่านโยบาย “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ไม่ใช่แค่รักษาฟรี แต่ยังปฏิรูประบบงบประมาณให้เกิดความเท่าเทียมเป็นธรรมด้วย

 

สมัยก่อน การจัดสรรงบสาธารณสุขจัดให้ตามขนาดร.พ. แบบร.พ.ใหญ่ได้มาก ร.พ.เล็กได้น้อย ซึ่งร.พ.ใหญ่ๆ ก็อยู่ในถิ่นเจริญ ทำให้เงิน บุคลากร อุปกรณ์ กระจุกอยู่รอบกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” เปลี่ยนมาจ่ายงบรายหัว โดยถือหลักคนไทยต้องได้สิทธิเท่ากันไม่ว่าบ้านนอกบ้านใน ร.พ.ไหนประชากรเท่ากัน ก็ต้องได้งบเท่ากัน รวมหมด ทั้งค่ารักษา ค่าอุปกรณ์ และเงินเดือน เพื่อบีบให้กระจาย ทั้งทรัพยากรและบุคลากร

 

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดสภาวะ “โรงพยาบาลขาดทุน” ซึ่งบุคลากรสาธารณสุขส่วนหนึ่งไม่พอใจ ในขณะที่ร.พ.บ้านนอก จังหวัดห่างไกล ได้ “กำไร” มีเงินซื้อเครื่องมือ มีงบบรรจุแพทย์พยาบาลเพียงพอความต้องการประชาชน

 

แต่ตอนนี้ จะแก้ไขกฎหมายให้แยกจ่ายเงินเดือนบุคลากร โดยอ้างว่าไม่กระทบบริการ เพราะค่าใช้จ่ายรายหัวยังเท่ากัน ถามหน่อย ร.พ. 2 แห่ง ประชากรเท่ากัน งบเท่ากัน แต่แห่งหนึ่งมีบุคลากร 100 คน อีกแห่ง 40 คน ไม่กระทบคนป่วยจริงหรือ ความเท่าเทียมเป็นธรรมอยู่ที่ไหน แล้วคอยดูเถอะ สุดท้ายงบ จะไม่พอ เพราะแยกเงินเดือนไปค่าใช้จ่ายรายหัวก็ลดลง บุคลากรไม่ถูกจำกัด เดี๋ยวก็บรรจุเพิ่มอีก

 

ระวัง “ขาดทุน” ทั้งขึ้นทั้งล่องนะครับ ประหยัดก็ไม่ได้ ชาวบ้านก็บ่นพึม ทางที่ดีเชื่อหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เถอะ ยิ่งเร่งแก้คนยิ่งไม่ไว้วางใจ เอาไว้แก้หลังเลือกตั้งดีกว่า (หมอ สุภัทรก็เป่านกหวีดมานะ-เชื่อได้)

3ความคิดเห็น
ICT
ICT
16 มิ.ย. 2017 - 21:53

Make It Clear: ทำไมต้อง “เซ็ตซีโร่” กกต. ?

http://www.voicetv.co.th/blog/499006.html

15 มิถุนายน 2560 เวลา 17:00 น.

 ทำไมต้อง “เซ็ตซีโร่” กกต. ?

 ทำไมต้อง “เซ็ตซีโร่” กกต. ?
พงศ์ บัญชา
คอลัมนิสต์อิสระ

มติที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งเห็นชอบมาตรา 70 ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยคะแนนเสียง 161:15 ที่ให้ Set Zero หรือ “ล้างไพ่” ให้มีการสรรหา กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน กกต.ชุดปัจจุบัน

ถ้าดูตามนัย แทบไม่ต่างอะไรกับการลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” กกต.ชุดปัจจุบัน

อย่าลืมว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันมาตลอดว่า อาจมี กกต.ชุดปัจจุบันเพียง 1-2 คน เท่านั้นที่พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 กำหนด โดยจะให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้มาชี้ขาด

ทว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.กกต. ซึ่งเป็นกฎหมายลูกสำคัญ 1 ใน 4 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. กลับมีการ “พลิกท่าที” ให้ต้องสรรหา กกต.ใหม่ทั้งหมด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าที่อดีต กกต. เป็นผู้ออกอาการผิดหวังอย่างเด่นชัดที่สุด ที่ “ไม่ได้ไปต่อ” เห็นได้จากการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เปรียบเทียบการ Set Zero กกต.ชุดปัจจุบัน ว่าเป็น “ตราบาปสำคัญของการเมืองไทย” 

แม้ตามกฎหมาย กกต.ชุดปัจจุบัน จะยังมีโอกาสโต้แย้งผ่านคณะกรรมาธิการร่วม แต่ยากที่จะได้ผลซึ่งแตกต่างออกไป...

ย้อนอดีตเพื่อมองไปถึงอนาคต

กกต.เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระซึ่งถูกจัดตั้งตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 เพื่อมาทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง แทนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝ่ายบริหาร เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

อำนาจหน้าที่ของ กกต. มีผลต่อการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก เพราะทั้งตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร กำหนดวิธีการลงคะแนน ตรวจสอบว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไปจนถึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เรียกว่าเป็น “ซูเปอร์ผู้คุมสอบ” ที่มีอำนาจมากล้น

ไม่รวมถึงอำนาจในการตรวจสอบสมาชิกภาพของ ส.ส. ส.ว. ไปจนถึงรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง และขอให้ศาลสั่งยุบพรรคการเมือง 

ด้วยบทบาทอันสำคัญนี้ ทำให้หลายครั้ง กกต. เป็น “ตัวละครสำคัญ” ในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 ที่ กกต.ชุดนั้น ถูกพรรคประชาธิปัตย์ยื่นฟ้องจนพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลตัดสินให้จำคุก ข้อหาเอื้อประโยชน์ให้กับบางพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง (แต่ศาลฎีกากลับยกฟ้องในเวลาต่อมา) หรือในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ซึ่ง กกต.ชุดปัจจุบันเข้าทำหน้าที่แล้ว ได้ส่งสัญญาณให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเลื่อนการเลือกตั้ง หลังมวลชน กปปส.ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง จนการเลือกตั้งไม่ประสบความสำเร็จ และถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ

ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 รวมถึงร่าง พ.ร.บ.กกต. ได้เพิ่มอำนาจ หรือที่ภาษาสื่อเรียกว่า “ติดดาบ” ให้กับ กกต. หลายอย่าง 

ทั้งการสอบสวนข้อสงสัยกรณีว่าจะมีการทุจริตการเลือกตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องมีผู้ร้อง, การสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐงดเว้นการกระทำใดที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม, การขอให้ ปปง.และ สตง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่สงสัยว่าจะทุจริตการเลือกตั้ง, การขอให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติช่วยตรวจสอบข้อมูลเรื่องการซื้อเสียง ฯลฯ

ก่อนหน้านี้ กกต.ชุดปัจจุบัน น่าจะเชื่อมั่นว่า จะได้อยู่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะมาถึง ตามโรดแม็ปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เห็นได้จากการแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จได้ภายใน 90 วัน ทั้ง ๆ ที่ ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ให้เวลาไว้ถึง 150 วัน

หรือจากการโต้แย้งประเด็นเรื่อง “กกต.จังหวัด” กับ “ผู้ตรวจเลือกตั้ง” กับ กรธ. อย่างไม่ลดละ

แต่ความมั่นใจของ กกต. กลับไม่ทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เกิดความมั่นใจตามไปด้วย เห็นได้จาก “4 คำถามของบิ๊กตู่” ที่เนื้อหาแสดงถึงความคลางแคลงใจต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

หลายคนเชื่อว่า การยึดกุม กกต. คือการยึดกุมชัยภูมิที่ได้เปรียบ ก่อนการเลือกตั้ง

เหมือนที่นายสมชัย ระบุว่า กลไกสรรหา กกต.ชุดใหม่ มิใช่กลไกสรรหาภายใต้ภาวะปกติ เพราะไม่ว่าเสนอชื่อใครมา สนช.ซึ่งคณะผู้มีอำนาจแต่งตั้ง “ก็อาจจะส่งคืนไปให้สรรหามาใหม่ จนกว่าจะเป็นที่พอใจ”

การทำ “ปลาสองน้ำ” ให้เป็น “ปลาน้ำเดียวกัน” จึงเริ่มต้นด้วยการ Set Zero กกต.ชุดปัจจุบัน

บีเว่อร์
บีเว่อร์
16 มิ.ย. 2017 - 22:15

ไม่รู้นะ ผมเองไม่เห็นว่าจะเสียเปรียบหรือเสียผลประโยชน์อะไรกับโครงการ 30 บาท

การผ่าตัด ผมก็ต้องทำอยู่แล้วตามคิว รพ. ของรัฐ
ซึ่งจะแน่น สมองมักจะมีคิวถึง 150-200 เคส ไม่รวมเคสด่วนสมองได้รับบาดเจ็บ

ผมก็ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ เจาะไปเรื่อยๆ มันไม่หนักหนาอะไรนเลย
เพราะการผ่าตัด จะใช้กล้องสอดเพื่อตัดส่วนที่มีปัญหา
โหมันง่าย และไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมาย เพราะชิน

เวลาของเราจริงๆนี่ซิ คือเราจะรับงานรพ.เอกชนตามคิวที่จองไว้
มันก็ได้ค่าตอบแทนสมเหตุสมผลอยู่
ทะไมถึงต้องมารังเกียจรังงอนกะ 30 บาทนัก
จนมากไงวะ หมอเจ้าปัญหาทั้งหลาย งงจริงๆ

หรือว่าหมอเหม็ดเค้าไม่พอกิน