ถ้าเหนื่อยจะ…ก็รีบๆ ลาออกไป อย่ามัวแต่ทรมานสังขารตัวเอง-ทรมานคนไทย “เต้น” ถามแรง “นายกฯจะฮาไปไหน ชาวบ้านฉิบหายกันหมดแล้ว…”

ถ้าเหนื่อยจะ…ก็รีบๆ ลาออกไป อย่ามัวแต่ทรมานสังขารตัวเอง-ทรมานคนไทย “เต้น” ถามแรง “นายกฯจะฮาไปไหน ชาวบ้านฉิบหายกันหมดแล้ว…”

ณวัฒน์แนะ ถ้าเหนื่อยจะ…ก็รีบๆ ลาออกไป อย่ามัวแต่ทรมานสังขารตัวเอง-ทรมานคนไทย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2800553

ณวัฒน์แนะ ถ้าเหนื่อยจะ…ก็รีบๆ ลาออกไป อย่ามัวแต่ทรมานสังขารตัวเอง-ทรมานคนไทย
จากกรณี พล.ล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ระบุว่าขณะนี้ประชาชนตำหนิและไม่พอใจรัฐบาลที่แก้ไขปัญหาโควิด-19 ไม่ดี ว่า “อันนี้ผมไม่รู้เรื่อง” และบอกว่า นายกฯเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว

ต่อมา ณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ถ้าเหนื่อยจะตายก็รีบๆ ลาออกไปครับ อย่ามัวแต่ทรมานสังขารตัวเองและทรมานคนไทยกันเลยครับ ท่านประวิตรไปอยู่ที่ไหนมาถึงไม่รู้ว่าคนแห่ไล่นายกฯ

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3

4 ความเห็น

 
ICT
ก้าวไกล ข้องใจ เงินกู้รัฐบาลก็มี แต่ไม่ใช้ ไปล้วงเงินประกันสังคม มาจ่ายเยียวยาล็อกดาวน์
 

‘ศิริกัญญา’ แนะ รัฐบาลหยุดล้วงเงินประกันสังคม จ่ายเยียวยาล็อกดาวน์ ข้องใจ เงินกู้มีทำไมไม่ใช้

วันที่ 29 มิถุนายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า มาตรการการเยียวยาล่าสุดหลังรัฐบาลออกคำสั่งล็อกดาวน์แคมป์คนงานก่อสร้าง และไม่อนุญาตให้นั่งในร้านอาหารในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มาตรการเยียวยาล่าสุด ที่เขียนออกมาได้ซับซ้อน มีเงื่อนไขซ้อนเงื่อนไขเต็มไปหมด เงื่อนไขสำคัญคือบริษัทอยู่ในระบบประกันสังคมหรือไม่ ทำให้การจ่ายเงินเยียวยาเกิดอาการลักลั่นโดยไม่จำเป็น กลายเป็นว่าลูกจ้างใหม่จะไม่ได้รับเงินเยียวยา เพราะเงื่อนไขการเยียวยาของประกันสังคมคือต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่วนคนที่นายจ้างไม่ได้เข้าประกันสังคมจะได้เงินแค่ 2,000 บาท

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตนถามว่าเป็นความผิดอะไรของลูกจ้างประกันสังคม หรือเป็นความผิดอะไรของลูกจ้างที่นายจ้างไม่ยอมเข้าระบบ ส่วนแรงงานข้ามชาติที่สมทบประกันสังคม จะได้เงินเยียวยาหรือไม่ ยังไม่ต้องพูดถึงร้านอาหารที่ไม่ได้เข้าประกันสังคม โดยอีกประเด็นที่สำคัญ คือการที่รัฐบาลเลือกใช้มาตรการเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม แทนที่จะใช้จากงบประมาณตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฯ จากการลดสมทบกองทุนประกันสังคม 4 ครั้ง รวม 88,831 ล้านบาท และจากเยียวยาจากเหตุสุดวิสัย 2 ครั้ง รวม 11,400 ล้านบาท รวมแล้วใช้ไปกับโควิดประมาณ 100,321 ล้านบาท รวมครั้งนี้ด้วยก็จะเป็นเงินกว่า 103,731 ล้านบาท ต้องย้ำอีกครั้ง เงินประกันสังคมเป็นการสมทบระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล เพื่อดูแลสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานในปัจจุบันและอนาคต จึงไม่ใช่งบประมาณที่จะนำออกมาใช้เยียวยาในยามวิกฤต ดังนั้นบอร์ดประกันสังคมที่นั่งอยู่ตอนนี้แล้วอนุมัติเงินให้รัฐบาลใช้ควรตระหนักไว้ด้วยว่าคุณกำลังขูดเลือดเนื้อผู้ประกันตนทั้งประเทศเพื่อนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ผิดวัตถุประสงค์ ที่ผ่านมา รัฐล้วงเอาเงินกองทุนประกันสังคมไปมากแล้ว ทั้งๆ ที่ก็มีเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 2 ฉบับคือ 1 ล้านล้าน และ 5 แสนล้าน พร้อมจ่ายเยียวยาให้ตรงวัตถุประสงค์อยู่แล้ว นอกจากจะไม่วี่แววว่ารัฐบาลจะคืนเงินให้กองทุนประกันสังคมแล้ว ในร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี 2565 ประกันสังคมยังถูกตัดงบลงอีกเกือบ 2 หมื่นล้านบาท

https://www.matichon.co.th/politics/news_2801111

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    4
 
3 ส

ไอ้ตู่ออกไป

โกรธแล้ว

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    3
 
ICT
“เต้น” ถามแรง “นายกฯจะฮาไปไหน ชาวบ้านฉิบหายกันหมดแล้ว…”
 

“เต้น” ถามแรง “นายกฯจะฮาไปไหน ชาวบ้านฉิบหายกันหมดแล้ว…” ร่ายยาวปัญหาความผิดพลาดของรัฐบาล 

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เขียนข้อความเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นถึงบุคลิกนายกรัฐมนตรีและท่าทีต่อการบริหารงาน ระบุว่า

นายกฯ จะฮาไปไหน ชาวบ้านฉิบหายกันหมดแล้ว การออกประกาศปิดแค้มป์ก่อสร้าง ห้ามนั่งกินอาหารในร้านของรัฐบาลที่ลักหลับตอนตี 1 คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วประเทศ ทั้งจากคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและประชาชนที่รับไม่ได้กับวิธีบริหารจัดการ

ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา เราเห็นข่าวพัฒนาการของเชื้อโรคสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่น่าเจ็บปวดก็คือคนไทยไม่เคยเห็นพัฒนาการในการรับมือวิกฤตโรคระบาดของรัฐบาลนี้ เรื่องเดิม ๆ ปัญหาเก่า ๆ ที่เราเคยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมาตลอดก็ยังคงเป็นปัญหาให้พูดถึงกันอยู่ ทั้งการจัดหา การกระจายวัคซีน การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ท่าทีของผู้นำรัฐบาลและการสื่อสารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่มีความชัดเจน ครบถ้วน และไม่ตรงไปตรงมากับประชาชน

ถึงวันนี้ยังไม่มีใครประเมินได้ว่าสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 จะมีบทสรุปอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าในใจคนไทยส่วนใหญ่สรุปแล้วล่ะครับว่ารัฐบาลชุดนี้ นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาได้แน่ ๆ

ไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ตกใจกันไปใหญ่โตนะครับ แต่ที่ชี้ประเด็นให้เห็นกันตรง ๆ เพราะถึงวันนี้รัฐบาลยังสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้เลย แต่ละเรื่องแต่ละมาตรการที่ประกาศเป็นเพียงคำพูดปากเปล่า ไม่มีแผนรองรับ ไม่มีรูปธรรมคืบหน้าให้เห็นอย่างชัดเจน

การจัดซื้อวัคซีนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ว่าทำไมไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ (Covax) ทำไมไม่จัดหาให้หลากหลายในยี่ห้อที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ กลับพุ่งเป้าแต่ “แอสตร้า เซนเนก้า” ก็ได้รับคำชี้แจงว่าเป็นวัคซีน “ม้าเต็ง”

แต่วันนี้ “ม้าเต็ง” ที่พูดถึงกลายเป็นวัคซีน “ม้าแกลบ” มาบ้าง ไม่มาบ้าง หยุด ๆ เลื่อน ๆ ไม่ได้จำนวนตามเป้า จากเดิม “แอสตร้า เซนเนก้า” จะเป็นวัคซีนตัวหลัก ก็กลายเป็น “ซิโนแวค” ทำท่าจะเป็น “ม้ามืด” แซง “ม้าเต็ง” เพราะมีการสั่งซื้อเพิ่มปริมาณขึ้นมาเรื่อย ๆ

ถามมากเข้าก็อ้างว่าการจัดหาวัคซีนไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะตลาดเป็นของผู้ขาย ผมว่าไม่ใช่ล่ะครับ ตลาดเป็นของผู้ซื้อที่มีวิสัยทัศน์ อ่านเกมขาด มีชั้นเชิงในการเจรจาและกล้าตัดสินใจมากกว่า แต่เมื่อรัฐบาลเลือกเดินทางนี้แล้วเกิดปัญหา ก็พยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจนกลายเป็นวัคซีนสารพัดยี่ห้อเพิ่งมาขึ้นทะเบียนเอาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แล้วจัดส่งได้ในช่วงปลายปีนี้

กรอบเวลา 120 วันที่นายกฯ ประกาศจะเปิดประเทศ จึงเป็นช่วงเวลาที่เราจะมีวัคซีนเพียง “แอสตร้า เซนเนก้า” “ซิโนแวค” “ซิโนฟาร์ม” เพียงบางส่วนเท่านั้น “โมเดอร์นา” “ไฟเซอร์” หรืออื่น ๆ ล้วนจะมาช่วงปลายปี ซึ่งเลยกรอบเวลา 120 วัน ทั้งการประกาศฉีดวัคซีนปูพรมตั้งแต่ 7 มิถุนายน และเปิดประเทศ 120 วัน จึงเป็นเพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีใช้วิชากะล่อนศาสตร์ พูดให้ประชาชนเกิดความหวังไปวัน ๆ

มาวันนี้ปิดแคมป์คนงาน เบรคร้านอาหาร ถ้าทำแล้วมันจบได้จริงก็พอมีความหวัง แต่นี่ทำแล้วก็ไม่มีหลักประกันนะครับ เพราะหลายมาตรการหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็เห็นอยู่แล้วว่ารัฐบาลประกาศอะไรแล้วทำไม่ได้ตามนั้น ที่สำคัญคือท่านคิดไม่เสร็จ นึกจะประกาศหยุดโน่นหยุดนี่ก็ทำ แต่ไม่ได้มาพร้อมมาตรการเยียวยา สั่งปิดไปก่อนแล้วคิดเยียวยากันทีหลัง ถ้ามันเป็นรอบแรก ๆ ยังพอว่า แต่นี่เขาเจ็บหนักมาแล้วปีกว่า ๆ จะเหลือสักกี่รายกันที่รอดไปได้หลังจากมีการเปิดประเทศเปิดเศรษฐกิจ วิธีคิด วิธีทำ ผิดฝาผิดตัว กลับหัวกลับหางกันไปหมด

ร้านอาหารถ้าคิดจะห้ามนั่งท่านควรสงสัญญาณให้เขาตั้งหลักล่วงหน้า ไม่ใช่ย่องมาประกาศกันตอนตี 1 แบบนี้ใครเขาจะตั้งตัวทัน

ส่วนแคมป์คนงานดันบอกล่วงหน้า 2 วัน กว่าจะมีคำสั่งปิด แรงงานนับหลาย ๆ พันชีวิตคงกระจายออกจากกรุงเทพฯ กลับภูมิลำเนากันไปทั่ว ซึ่งตรงนี้คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นเจตนาแท้จริงของรัฐบาลมากกว่า คือการลดอัตราผู้ป่วยในกรุงเทพฯ จากคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง แล้วก็มีพื้นที่เวลาให้คนงานเหลานั้นไหลไปต่างจังหวัด ซึ่งก็ถือเป็นการไปตายเอาดาบหน้าเพราะกลับบ้านไปแล้วก็ไม่มีงานทำ แต่ละพื้นที่เขาก็มีมาตรการควบคุมโรคของเขาอยู่เหมือนกัน เกิดติดเชื้อขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าแต่ละโรงพยาบาลแต่ละกลไกการแพทย์ซึ่งมีงานหนักอยู่แล้วในภูมิภาคจะรับมือกันไหว เกิดเป็นปัญหาใหม่อีกหรือไม่? ทั้งหมดทั้งหลายเรื่องนี้มีเหตุสำคัญประการเดียว คือรัฐบาลนี้ไม่สามารถจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมาได้มากพอและทันเวลาทันสถานการณ์

บางคนก็บอกว่าวิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว เสนอทางออก เสนอทางแก้ปัญหากันไปบ้างซิ ผมก็พูด หลาย ๆ คนก็พูดมาต่างกรรมต่างวาระนะครับถึงข้อเสนอต่าง ๆ แต่ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่อยากจะเสนออะไรแล้วเพราะไม่เห็นสมองของผู้นำรัฐบาล

โควิดน่ะมันกินปอดประชาชน

ไม่รู้ไปกินสมองผู้มีอำนาจเข้าไปด้วยหรือเปล่า?

ท่าทีที่แสดงออกก่อนวันที่จะมีประกาศราชกิจจานุเบกษายิ่งเป็นการไปตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับประชาชน การหัวเราะต่อกระซิกของนายกรัฐมนตรีและบรรดาคนใหญ่คนโตทั้งหลาย การพูดเล่นพูดหัวราวกับว่าบ้านเมืองนี้ไม่มีใครกำลังเจ็บ ไม่มีใครกำลังรอความตาย ไม่มีใครกำลังเจ๊งพินาศวอดวายจากความไร้ศักยภาพของรัฐบาล คำว่า “นะจ๊ะ” ซึ่งเป็นคำสุภาพ เป็นคำหวาน จึงกลายเป็นคำน่ารังเกียจของชาวบ้านไปแล้วในปัจจุบัน

เอากันตรง ๆ เลยนะครับ ผมว่ามาถึงวันนี้รัฐบาลไม่ต้องไปคิดอะไรพิศดารแล้ว ไม่ต้องไปหามาตรการแก้ปัญหาโน่นนั่นนี่หลายมิติให้ประชาชนเวียนหัว เพราะถึงที่สุดท่านก็ทำไม่ได้ ฟันธง! กำปั้นทุบดินไปเลยครับ ไปเอาวัคซีนมา หาเข้ามาทันที หาเข้ามาเดี๋ยวนี้ หาเข้ามาให้หลายยี่ห้อ ไม่ใช่นั่งรอแต่ “แอสตร้า เซนเนก้า” แล้วสั่ง “ซิโนแวค” เข้ามาเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ

ตกลงการที่มีบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์เป็นฐานการผลิต “แอสตร้า เซนเนก้า” อยู่ในประเทศไทยก็ไม่ได้เห็นว่าเป็นแต้มต่อที่จะทำให้คนไทยได้ฉีดวัคซีนเร็วขึ้นมากขึ้น ทางสยามไบโอไซเอนซ์เขาพูดชัดมาตลอดว่าเขาเป็นเพียงเอกชนผู้รับจ้างผลิตให้กับ “แอสตร้า เซนเนก้า” เท่านั้น ใครจะได้รับวัคซีนกี่โดสต่อเดือนต่อวันเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับ “แอสตร้า เซนเนก้า” สยามไบโอไซเอนซ์ไม่เกี่ยว

เรื่องนี้ถ้าเป็นแผนระยะยาวไม่มีใครว่าล่ะครับ มีโรงงานผลิตวัคซีนอยู่ในประเทศไทยก็เป็นเรื่องดี แต่สถานการณ์เฉพาะหน้าที่มันวิกฤตมากขึ้นมีคนตายมากขึ้นทุกวันแบบนี้รัฐบาลล้มเหลวในการวางแผนตั้งแต่ต้น

ณ วันที่พูดอยู่นี้ยังไม่รู้ว่ามาตรการเยียวยาจะออกมาอย่างไร หรือต่อไปนี้จะมีการสั่งปิดพื้นที่ปิดกิจการประเภทใดอีกหรือไม่ แต่ขอให้นายกรัฐมนตรีได้ตระหนักรับรู้นะครับว่า ทุกนาทีที่ผ่านไป ทุกความผิดพลาดที่ท่านทำ เป็นการซ้ำเติมชีวิตของประชาชนที่บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วให้หนักมากขึ้น ๆ ทุกที

สถานการณ์มาถึงวันนี้ท่านยังหัวเราะกันอยู่ได้ ผมก็ไม่มีอะไรจะหวังเหมือนกันฮะ พูดเปิดใจกันเลยนะครับ ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนผู้นำประเทศ แต่คิดน่ะคิดได้ครับ จะเอาจริงนี่ยากแสนยาก เพราะพล.อ.ประยุทธ์แกยืนยันตลอดเวลาว่ายังไงก็ไม่ออก เอาข้าวสารเสก เอาไม้หวายลงยังไงก็ไม่ออก แถมกติกาคือรัฐธรรมนูญก็การันตีอำนาจเอาไว้ให้เสียด้วย

การจะแก้กติกาเลือกตั้งเป็น “บัตรสองใบ” ก็ไม่แน่ว่าจะผ่านไปสำเร็จได้ เพราะร่างพรรคประชาธิปัตย์ที่สภาฯ รับหลักการไปกลายเป็นจะมีปัญหา เพราะเสนอแก้ไขเพียง 2 มาตรา ทำให้การแบ่งเขตเลือกตั้ง การนับคะแนน อาจจะขัดกันอยู่ในรัฐธรรมนูญ พลังประชารัฐ, เพื่อไทย เห็นตรงกัน นึกว่าจะง่าย ทำท่าจะไม่ง่ายซะแล้วล่ะครับ ดีไม่ดีไปแท้งกลางทาง แต่ปรากฎการณ์แก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้เราก็ได้เห็นนะครับว่าศูนย์อำนาจที่คุมเกม ส.ว.250 คน ไม่ได้เป็นที่เดียวกับที่คุมเกมในพรรคพลังประชารัฐ พูดกันชัด ๆ ก็คือพลังประชารัฐเป็นพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร ส่วนส.ว.250 คน เป็นพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์

เท่ากับในรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ที่สุด เพราะมีส.ว. 250 ที่นั่ง เมื่อกติกาปัจจุบันบัตรเลือกตั้งใบเดียวเป็นการการันตีอำนาจและนำพล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นไปได้สูงนะครับว่าในที่สุดการแก้ไขบัตรเลือกตั้งสองใบที่พลังประชารัฐกับเพื่อไทยต้องการอาจจะสวนทางกับความต้องการของพล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ เพราะความหมายของการเลือกตั้ง “บัตรสองใบ” แม้พลังประชารัฐจะได้เปรียบทุกประตู ทั้งอำนาจทุน อำนาจรัฐ กลไกต่าง ๆ ที่วางเอาไว้ แต่แล้วในท่ามกลางกระแสความรู้สึกของประชาชนต่อผู้นำรัฐบาลในสถานการณ์โควิด-19 ลงไปในสนามเลือกตั้งอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นถ้าจะประเมินความเสี่ยงทางอำนาจจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยโฟกัสที่ประเด็นกติกาการเลือกตั้ง หากเปลี่ยนจาก “บัตรใบเดียว” เป็น “บัตรสองใบ” คนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงสุดคือประยุทธ์ จันทร์โอชา

ถ้าชนะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ถือว่าเสมอตัวนะครับ

แต่ถ้าแพ้แบบแลนด์สไลด์ก็ตัวใครตัวมัน!

จะมีถนนเดินหรือเปล่ายังไม่รู้?

ก็ต้องจับตาดูกันนะครับว่าถึงที่สุดสัญญาณสุดท้ายของส.ว.250 คน ที่จะตัดสินใจแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ จะเอา “บัตรใบเดียว” หรือ “บัตรสองใบ” ไม่ใช่ใครล่ะครับ อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์นั่นแหละ

นี่จึงเป็นรูปธรรมสำคัญอีกข้อหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสสร.จากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความหมายเพียงแค่เครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจและรักษาอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์กับพวกเท่านั้น

แล้วก็เป็นที่สังเกตได้นะครับว่าตัวพล.อ.ประยุทธ์ไม่ค่อยจะรู้สึกรู้สากับหัวจิตหัวใจประชาชนเท่าไหร่นัก เพราะถ้าเป็นนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยทั่วไปเขาจะไม่ทะลึ่งเล่นมุกสร้างอารมณ์ขันกับความเจ็บปวดสูญเสียกับประชาชนแบบนี้

แต่นี่มี 250 คะแนนแน่ ๆ ในสภาจากส.ว.ไงครับ แล้วการแก้ไขกติกา ถ้าตัวเองไม่ยอม ไม่เห็นด้วยก็ทำไม่ได้นะครับ แกก็เลยอยู่นะจ๊ะ นะจ๊ะ ต่อเนื่องกันมาแล้ว 7 ปี แล้วอยากจะอยู่นะจ๊ะ นะจ๊ะ ต่อไปอีกหลายปี

ผมว่าถึงเวลาที่ประชาชนต้องคิดให้เสร็จนะครับว่า เราต้องการกติการฉบับใหม่ เราต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่ต้องร่างตามใจใครฝ่ายไหนล่ะครับ ให้ประชาชนเลือกสสร.มายกร่างฯ แล้วลงประชามติกันหลังจากร่างเรียบร้อยแล้ว

ถึงวันนี้ใครยังมีความหวังกับพล.อ.ประยุทธ์อยู่อีก ผมจะเสนอให้สกัดเอา DNA มาทำวัคซีนต้านโควิดแล้วนะครับ ถือว่าภูมิต้านทานสูงมาก

อย่าลืมว่ามันก็ทำให้เพื่อไทยกลับมามีโอกาสสู้มากขึ้น

 

 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    4
 
ICT

แพทย์ด่านหน้า สลด อ.หมอ หัวเราะข้างนายกฯ สับ หาวัคซีนให้ เหมือนได้ GT 200

แพทย์ด่านหน้า สลด อ.หมอ หัวเราะข้างนายกฯ สับ หาวัคซีนให้ เหมือนได้ GT 200 (khaosod.co.th)

แพทย์ด่านหน้า สลด อ.หมอ หัวเราะข้างนายกฯ สับ หาวัคซีนให้ เหมือนได้ GT 200

ข่าวสด จัดคลับเฮาส์ “คุยกับหมอ ในวันที่เอา(ไม่)อยู่” หลังโควิดระบาดหนักกว่าเก่า บุคลากรแพทย์ด่านหน้าร่วมเปิดใจ สุดสะเทือน ภาพหมอยืนหัวเราะข้างนายกฯ สับจัดหาวัคซีน ไร้คุณภาพให้ลูกศิษย์ “หมอเรวัติ” ถามหาจรรยาบรรณแพทย์ คนระดับ “อาจารย์หมอ”

วานนี้ (28 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข่าวสดออนไลน์ มีการจัด Khaosod ClubHouse ตอน “คุยกับหมอ ในวันที่เอา(ไม่)อยู่” โดยมีแขกรับเชิญทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นพ.เรวัต วิศรุตเวช : อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย , ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร : หัวหน้าศูนย์วิจัยการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล , ผศ.นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยรักษ์ : ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ และ คริส โปรตะนันท์ : อาสาสมัครโครงการเส้นด้าย

มีผู้ให้ความสนใจเข้ารับฟังจำนวนกว่า 2 พัน account โดยห้องดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อระดมสมองและแสดงความคิดเห็น เพื่อหาทางออกในการจัดการวิกฤตโควิด ที่กลับมาระบาดอย่างหนักอีกครั้งในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้เกิดภาวะเตียงขาด ไอซียูเต็ม แม้จะมีการฉีดวัคซีนเพื่อระดมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เห็นผลดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง มีการถามแขกรับเชิญ รวมถึงการเปิดให้ผู้ฟังร่วมแสดงความคิด โดยช่วงท้ายของการจัดรายการ มีบุคลากรทางการแพทย์รายหนึ่ง มาแสดงความคิดเห็นด้วย โดยระบุว่า ตนเป็นบุคลากรทางแพทย์ ที่เข้าห้องผู้ป่วยโควิด และดูแลผู้ป่วยโควิด ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยตนเองมีความสงสัยว่า ทำไมเหลาอาจารย์แพทย์จำนวนหนึ่ง ที่ยืนอยู่หลังนายกฯ ในวันที่แถลงข่าวร่วมกับ ศบค.เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลายคนเป็นหัวกะทิทางการแพทย์ จึงสงสัยว่า ทำไมแพทย์เหลานั้นไม่บอกความจริง ต่อนายกฯว่า แพทย์ที่อยู่ด่านหน้าขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะมีชุด PPE ได้ซิโนแวค 2 เข็ม มีสภาพไม่ต่างจากพลทหาร ที่จะต้องไปรบ และ ไปลุยกับระเบิด ที่มี GT200 ติดตัว ซึ่งไม่มีสิทธิภาพใดๆ

โดยตนขอตั้งคำถามถึง นพ.ปิยสกล สกลสัตยาธร อดีต รมว.สาธารณสุข ในฐานะที่ตนเองนั้นก็เป็นลูกศิษย์คนหนึ่ง อาจารย์ไม่มีความรู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ โดยเฉพาะตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดว่า ร้านอาหารปิด จำเป็นต้องกินแบบ Take Me Home Country Roads แล้วคณะแพทย์ทั้งหลาย ยืนหัวเราะเป็นลูกเล่นเป็นคณะตลก คุณมีความรู้สึกอย่างไร ในฐานะที่ตนนั้นเป็นลูกศิษย์ในอดีต และในฐานะที่เป็นแพทย์ด่านหน้า ก็รู้สึกว่าตนเองนั้นโดนหักหลัง และทำไม คณบดี และเหลาอาจารย์แพทย์เหลานี้ ถึงยอมที่จะไปยืนเป็นวอลล์เปเปอร์อยู่ตรงนั้น ทั้งๆที่ในใจคุณอาจจะไม่เห็นด้วย โดยที่เหมือนถูกใช้เป็นเครื่องมือว่า คณบดี และอาจารย์เหลานี้ เห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อการกระทำดังกล่าว พวกท่านไม่ห่วงลูกศิษย์ของท่านบ้างเลยเหรอ?

 

โดย นพ.เรวัติ ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า หมอที่ยืนข้างๆนายกฯ ที่บุคลากรทางการแพทย์รายนั้นกล่าวถึง คือประธานคณะกรรมการจัดหาวัคซีน ซึ่งนายกฯ เชื่อมั่นและไว้ใจมาก เพียงแต่ว่า เราต้องถามว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถทำให้นายกฯ ตัดสินใจจัดซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพ ให้กับบุคลากรด่านหน้า ซึ่งให้ลูกศิษย์ของตัวเอง รวมถึงบุคลากรการแพทย์ด่านหน้ามีความปลอดภัย โดยคำถามนี้ เป็นคำถามที่เกี่ยวโยงไปถึงศักดิ์ศรีของความเป็นแพทย์ เรื่องของจริยธรรมของแพทย์ และผมคงไม่ขอตอบ แต่ผมขอตั้งคำถามต่อ และส่งเสียงไปให้หมอคนนั้นได้พิจารณาตอบเองก็แล้วกัน

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2