ตู่ประวัติศาสตร์ :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ตู่ประวัติศาสตร์ :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ตู่ประวัติศาสตร์ :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

https://www.khaosod.co.th/politics/news_987652

ตู่ประวัติศาสตร์

ใบตองแห้ง

“…..คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ และตั้งรัฐบาลขึ้นบริหารประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขจัดฉ้อราษฎร์บังหลวง และใช้หลักคุณธรรม เพื่อนำประเทศให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง”

ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์? แปลกตรงไหนละครับ เพราะนี่คือหนังสือ “ประวัติศาสตร์ชาติไทย” เขียนโดยกรมศิลปากร ใต้อำนาจรัฐบาล คสช. จะให้เขียนว่ารัฐประหารทำลายประชาธิป ไตย นำประเทศสู่จุดอับ ใกล้ล่มสลาย ฯลฯ อย่างนั้นหรือ

แต่ถามว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ในวันหน้าไหม ปัดโธ่ แค่ 2 ปีผ่านไป คนไทยก็หัวร่อกลิ้ง หนังสือเล่มนี้ที่จริงออกมาตั้งแต่ตุลาคม 2558 ตอนนั้นกรมศิลปากรก็ถูก อ.สุเนตร ชุตินธรานนท์ วิพากษ์ซึ่งหน้า ว่า “ลำเอียง” เพียงแต่ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ยกมาโพสต์อีกครั้งในกระแสคลั่ง “ออเจ้า” ที่ทำให้คนไทยสนใจประวัติศาสตร์

ซึ่งได้ผลชะงัด ทำให้คนตระหนักว่า ประวัติศาสตร์ ที่ร่ำเรียนกันมา ผู้ชนะทั้งนั้นเป็นผู้เขียน จึงควรเรียนประวัติศาสตร์อย่างคิดวิเคราะห์ ค้นหาความจริงรอบด้าน ไม่ใช่ท่องจำแล้วเชื่อตามเทือกเขาอัลไต

2 ปีผ่านไป ข้อความท้ายหนังสือกลายเป็นเรื่อง absurd ประจานตัวเองชัดๆ รัฐประหารจะปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย? ด้วยการ “ตกเขียว” ตกปลาในบ่อเพื่อน ตั้งพรรคการเมืองสืบทอดอำนาจ ภายใต้กติกาเอาเปรียบเนี่ยนะก็เหมือนรัฐประหารประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ โคตร ridiculous แค่ เอกชัย-โชคชัย จะไปสีซอให้พี่ป้อมฟัง โดนตำรวจอุ้มขึ้นรถเอาผ้าคลุมหัวยังกะผู้ก่อการร้าย

แค่ 2 ปี พอยกข้อความนี้มาดูใหม่ จึงย้อนแย้งจนคนรับไม่ได้ ศรีสุวรรณ จรรยา เรียกร้องให้ทำลายทิ้งเสียเพราะ “โกหก บิดเบือน”

แหม่ ไม่ต้องทำลายหรอกครับ ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ให้เป็น “ประวัติศาสตร์” ว่าผู้ชนะตู่เอาอย่างไร แล้วไว้ดูกันยาวๆ ว่าอีก 2-3 ปี ผู้คนจะเลี่ยนเพียงไหน อีก 10-20 ปี คนรุ่นต่อไปจะเขียนประวัติศาสตร์ยุคนี้อย่างไร เป็นยุคสว่าง หรือยุคมืด

เข้าใจตรงกันนะ ลุงตู่ ลุงป้อม ปู่มีชัย แม่ทัพนายกองทั้งหลาย อาจบอกว่าพวกท่านสู้เพื่อแผ่นดิน ทำเพื่อชาติ แต่คนที่จะเขียนประวัติศาสตร์คือคนรุ่นใหม่ รุ่นเนเน่ เพนกวิน “หนูดี” ที่มาชูป้าย ซึ่งเขาจะเห็นประจักษ์ ว่าสิ่งที่ท่านทำไว้เป็นผลดีหรือประเทศเสียหาย

ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่ยืนยาวเสมอไป ประวัติศาสตร์ไทยเป็นของพลังอนุรักษนิยม แต่ก็มีประวัติ ศาสตร์ประชาชนซึมลึกอยู่คู่ขนานกัน ทำให้บางครั้งผู้แพ้ ในเหตุการณ์ก็กลายเป็นผู้ชนะทางประวัติศาสตร์

อย่าง อ.ปรีดี พนมยงค์ กลับมาเป็นรัฐบุรุษที่ยกย่อง ตั้งแต่ทศวรรษ 2520 อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ก็เพิ่งมีงาน 100 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ให้ร้ายทั้งสองท่านกลายเป็นคนบาป จิตร ภูมิศักดิ์ ก็เป็นไอดอลของนักคิดนักเขียนทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่

เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 แม้ไม่สามารถชำระแจ่มกระจ่าง แต่ก็ไม่มีใครอยู่ข้างผู้เข่นฆ่านิสิตนักศึกษาอีกต่อไป ไม่ต้องดูอื่นไกล หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย หน้า 189 ยังยอมรับว่าขบวนการนักศึกษาถูกกล่าวหา ถูกเกลียดชัง ถูกทหารตำรวจใช้กำลังอาวุธบุกเข้าทำร้ายจนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

ถึงวันนี้ ถ้าถามว่าวันนั้นใครเป็นกระทิงแดงลูกเสือชาวบ้านบ้าง ยกมือขึ้น ไม่มีนะครับ ถึงมีชีวิตอยู่ก็ไม่กล้ารับ ถ้ารับ ก็บอกว่าเสียใจ

อีก 10-20 ปีลองถามใหม่ ใครเป่านกหวีดปิดเมืองบ้าง อวดลูกอวดหลานหน่อย ไม่รู้จะยกมือไหม ในขณะที่ตรงข้าม อาจมีลูกคนเหนือคนอีสานยกมืออย่างภูมิใจ ทวดเป็นเสรีไทย เป็นลูกศิษย์ครูบาศรีวิชัย ปู่เป็นทหารป่า พ่อแม่เป็นเสื้อแดง

แต่ช้าแต่ อาจไม่ต้องรอถึง 10-20 ปีก็ได้ สมัยนี้ประวัติศาสตร์ติดจรวด ติดเทอร์โบ เขียนในสมาร์ตโฟน ข้อสำคัญ สงครามยังไม่จบ ยังไม่รู้เลยว่าใครจะได้เขียนประวัติศาสตร์

สมัยสฤษดิ์ ถนอม ใครๆ ก็ซูฮกยกย่องทั้งนั้นละ สฤษดิ์ตายอย่างยิ่งใหญ่ ก่อนหมดลมคงไม่คิดว่าจะถูกยึดทรัพย์เสียบประจาน ถนอม ประภาส ก็คงไม่คิดว่าจะถูกไล่ถูกประณามเป็นทรราช

หรือดูแค่ประวัติศาสตร์ยุคใกล้ก็ได้ “สุไม่เอาให้เต้” ย่ามใจ เหลิงอำนาจ แล้วเป็นไงละ อะไรๆ ที่ทำกันวันนี้ ขนาด รสช.ยังอาย รสช.ยังไม่โจ๋งครึ่มถึงขั้นใช้อำนาจพิเศษคุมเลือกตั้ง และตั้ง ส.ว.250 คนไว้เลือกตัวเอง

เพียงแต่สังคมไทยวันนี้ คงต้องเขียนประวัติศาสตร์ว่าเป็น “ยุคมืดบอด” คนชั้นกลางในเมืองที่เคยไล่ รสช.กลับเชียร์การสืบทอดอำนาจโดยไม่กระดากลำไส้เลย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0

4 ความคิดเห็น

 
Prem

.....ผมละเซ็งจริงๆ....ขอแช่งชักหักกระดูก...ไอ้พวกคนบ้าอำนาจ....บริหารประเทศจวนเจียนจะล่มจมอยู่แล้ว....พวกแม่งก็ยังลอยหน้าลอยตาบอกว่า"เศรษฐกิจกำลังดีวันดีคืน"....แม่งๆๆๆๆ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
3 ส

ไอ่ตูบYES !

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    1
 
markpakma

"คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ

และตั้งตนเองเป็นรัฐบาลขึ้นบริหารประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมืองโดยการสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเอง เขียนขึ้นเพื่อให้ตนเอง

ได้สืบต่ออำนาจ โดยมีอำนาจแต่งตั้งสว.เองถึง 250 คน และยังเขียนให้สส.สัดส่วนที่มีมากถึง 150 คน

มาจากพรรคที่แพ้การเลือกตั้งได้คะแนนมาเป็นอันดับสอง ซึ่งขัดกับความต้องการของประชาชน

ประชาชนเลือกผู้แทนโดยเสียงข้างมากของประชาชน แต่รัฐบาลกับใช้อำนาจตัดสินว่า คนที่ได้ที่สอง

หรือคนแพ้นั้น คือคนที่ควรเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชน โดยพละการ ไม่ได้ถามความเห็นจากประชาชน

มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างที่เห็นไปในทางเดียวกับรัฐบาลขึ้นมารองรับกฎหมายต่างๆที่รัฐบาลออกประกาศใช้

ทำทุกเรื่องราวโดยปกปิดซ่อนเร้นอำพราง ไม่เคยบอกอะไรกับประชาชนตรงๆ แม้แต่การเลือกตั้ง

ซึ่งผ่านมาสี่ปียังไม่สามารถกำหนดวันได้ว่าจะคืนอำนาจคืนประชาธิปไตยในวันไหน

เป็นการเตะถ่วงอำนาจเผด็จการไว้ยาวนานถึงสี่ห้าปี.. โดยออ้างว่ามีโร๊ดแม็ป แต่พอมีคนถามว่า

ตกลงจะให้เลือกตั้งวันไหนก็โมโห มีอารมณ์ด่าทอคนถาม มีการจับกุมคุมขังคนเรียกร้องขอมีเลือกตั้ง

นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจกล่าวได้เลยว่าเป็นนักประชาธิปไตยสักน้อยนิด มีโกหกผู้นำต่างชาติ

รวมไปถึงเลขาธิการสหประชาชาติเรื่องกำหนดการเลือกตั้งที่ระบุวันไว้หลายครั้ง  

เป็นที่ขายหน้าไปทั่วโลก

ถูกประกาศคว่ำบาตรไม่คบค้าจากประเทศต่างๆทั่วโลกกว่าเจ็ดสิบประเทศ  นับเป็นบุคคลที่

ทำให้ประเทศไทยห่างไกลคำว่าประชาธิปไตยโดยการบิดเบือนหลอกลวงคนไทยทั้งประเทศ

ว่าเป็นการกระทำเพื่อเข้าสู่ประชาธิปไตย ทั้งที่ข้อเท็จจริงมันเห็นกันทั้งโลก

มีการเขียนประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิงโดยนักวิชาการไร้สามัญสำนึก

ถึงกลับประกาศว่า เป็นรัฐบาลผู้จะมาสร้างประชาธิปไตย ทั้งที่รัฐธรรมนูญที่เขียนไว้

จะต้องได้รับการแก้ไขทั้งฉบับ แต่ถูกปกป้องด้วยการแต่งตั้ง สว.แต่งตั้งถึง 250 คน สส.สัดส่วน

ถึง 150 มีเนื้อแท้ที่เป็นสส.เลือกตั้งคัดสรรโดยประชาชนเพียง 350 คนจากสภา 750 คน

นั่นคือเป็นสส.ที่ประชาชนเลือกเองได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ... ไม่อาจกล่าวอ้างใดๆว่า

เป็นสภามาจากประชาชน เพื่อประชาชน ของประชาชน

ตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน เพราะเหลืออำนาจไว้ให้ประชาชนไม่ถึงครึ่งของสภา"

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
markpakma

เป็นรัฐธรรมนูญส้นตรีนที่ตลกร้าย รวมสมาชิกสภาทั้งหมดได้ 750 คน

เป็นสส.ที่ประชาชนเลือกเองได้เพียง 350 

แม้ว่าพรรคที่ผ่านการเลือกตั้งได้สส.ครบ 100% 350 คน

ก็ยังโหวตแพ้พวกมันที่จะมีถึง 400 คนที่รอยกมือค้าน

ประชาชนเขาคิดไม่เป็นหรือไงถึงมาเขียนประวัติศาสตร์ว่าเป็นรัฐบาลมาสร้างประชาธิปไตย

โดยมีสัดส่วนแบบนี้เนี่ยะนะ.... กุขรรว่ะ.....

ขำๆ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    1