คึกคัก และหนักแน่นด้วยเนื้อหาเข้มข้น

คึกคัก และหนักแน่นด้วยเนื้อหาเข้มข้น

หอกทาง การเมือง พุ่งสู่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอกภาพ หนึ่งเดียว

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_4891171

 

12 ก.ย. 2563 - 09:33 น.
 
 
 

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

การอภิปรายทั่วไปเมื่อวันที่ 10 กันยายนสมควรต้องให้ความสนใจเป็นอย่างสูง

ไม่เพียงแต่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ จะชู 3 นิ้วกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น หาก
น.ส.จิรพร สินธุไพร
ยังเตรียมใบลาออกให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงนาม

ยิ่งกว่านั้นยังสำทับตามมาจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ท่วงทำนองสุภาพ นุ่มนวลอย่างยิ่งด้วยการร่ายจำเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อนำไปสู่บทสรุปให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีที่แย่ที่สุด

แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีนายกรัฐมนตรี

หากถือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำร่อง

ก็ต้องยอมรับว่าบทบาทในการปิดเกม ไม่ว่าจะมาจาก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะมาจาก นายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย

คึกคัก และหนักแน่นด้วยเนื้อหาเข้มข้น
เรียงลำดับบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน ก่อนจะทุบโต๊ะลงไปว่าสมควรร้องเพลง “ถอยดีกว่า”

แล้วตามมาด้วยประโยค “ไม่เอาดีกว่า”

 

ต้องยอมรับว่า “อารมณ์” ในทางสังคมกำลังก่อรูปขึ้นอย่างเป็นเอกภาพ

ไม่ว่าอารมณ์อันปรากฏผ่าน “แฟลชม็อบ” แห่งแล้วแห่งเล่าของ “เยาวชนปลดแอก” ที่ลามไปทั่วประเทศประสานเข้ากับที่เห็นเด่นชัดผ่าน “นักเรียนเลว”

โดยเฉพาะที่จะเห็นใน “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร”

เมื่อนำมาวางเรียงเคียงกับการนำเสนอของ ส.ส.ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย

ทุกปลายหอกล้วนพุ่งใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อารมณ์สังคมอย่างนี้มิใช่ว่าอยู่ๆ ก็เกิดขึ้นโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ

ตรงกันข้าม สะสมมาตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ผนวกเข้ากับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ทำให้ภาพแจ่มชัด ณ เบื้องหน้าประชาชน

กลายเป็น “กระแส” กลายเป็น “อารมณ์” ร่วม

 

*******

***********

**************************

 

‘เลอะเทอะ’คำตอบของนายกรัฐมนตรี กับคำถามถึง กลิ่นรัฐประหาร ครั้งใหม่ พูดเสร็จก็ทิ้งโพเดียม เดินหนี

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_4887353

12 ก.ย. 2563 - 00:30 น.
 
 
 

คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม

หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ครบทุกรส สดทุกเรื่อง ฉบับนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 12 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2563 แรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีชวด ...

อีก 7 วัน ก็จะถึง วันที่ 19 ก.ย. ย้อนหลัง 13 ปีครบรอบการรัฐประหาร ของ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในขณะนั้น กับประโยค ประวัติศาสตร์ “ถ้าปฏิวัติประเทศจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”...

“เลอะเทอะ” คำตอบของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กับคำถามถึง กลิ่น รัฐประหาร ครั้งใหม่ พูดเสร็จก็ทิ้งโพเดียม เดินหนีไป ไม่ได้ความกระจ่าง...

เมื่อ 47 ปีที่แล้ว ท่ามกลางเปลวไฟและคลื่นคนเลื่อนไหล ไปตามถนนราชดำเนิน พลเอกกฤษณ์ สีวะรา ผบ.ทบ.ขณะนั้น บอกกับ พลโทประคัลภ์ เครือคงคา ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อย จปร.ยุคนั้นเช่นกันว่า “เดี๋ยวก็จบ” ...

ครับใช่ มหาม็อบ 19 ก.ย.63 ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นเรื่อง เกินทำนาย เพราะไม่ใช่ม็อบชาวบ้าน แต่มันเป็นม็อบ กุมาร-กุมารีไทย ล่าสุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกประกาศไม่ให้สถานที่จัดงาน ไหนบอกว่า เสรีภาพทุกตารางนิ้ว ไหนบอกว่า หากขาดโดมเจ้าพระยาท่าพระจันทร์ ก็เหมือนขาดสัญลักษณ์พิทักษ์ธรรม บทกวีอมตะของ เปลื้อง วรรณศรี นักคิด นักเขียน และนักการเมืองชาวสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่...

ต่ออายุ สัมปทาน 40 ปี ประเคนให้ บีทีเอส ถ้าเป็นจริง คือ การทรยศ ต่อประชาชน ที่ให้อภัยไม่ได้ และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มันคือ คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย ของแท้ ...

หวังว่า มือกฎหมาย อย่าง วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ คงให้ผ่านไม่ได้ ทำไม อุตตม สาวนายน กับ ปรีดี ดาวฉาย สองอดีตขุนคลัง ถึงถอนเรื่องออก...

จะเป็นนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ใช้ฝีมืองานสร้างสภา อย่าให้หลังคารั่วเสียก่อน ประเทศกูมี งานไม่เสร็จตามเวลา แต่ยังเอา ค่าปรับ จากรัฐบาลได้ อภิมหาบริษัท เสียอย่าง อย่าถามว่า บริษัทไหน?...

ถามกันมาขวักไขว่ ทนายอานนท์ นำภา กับ ไมค์ ระยอง ทำไมตำรวจถึงปรานียื่นถอนคำร้องฝากขัง แถมยังมี วีไอพี มาดูแลทั้งที่เป็นวันหยุด คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ใน เพจณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คนที่ได้พูดคุยด้วยในระยะเวลา 5 วันในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ...

ยืนยัน จะทำงานเพื่อคนปทุมธานี พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เปิดตัว ตั้งตารอเลือกตั้งท้องถิ่น พร้อมรับใช้ชาวบ้านในตำแหน่ง นายกออบอจอ เตรียมทีมไว้ครบทั้ง ผู้สมัคร ส.อบจ. ทะลุทะลวงถึงระดับ อบต. ล่วงแล้ว...

ยังคงมีความเคลื่อนไหว จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ย้าย พีซทีวี จากอิมพีเรียล ลาดพร้าว พร้อมปรับเปลี่ยนผังใหม่ ต่อต้านทั้งเผด็จการเศรษฐกิจ และเผด็จการการเมือง แฟนๆ โปรดติดตาม...

****

**********

*********************

 

เพจณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

https://www.facebook.com/watch/?v=620811995285094&extid=bPkGfCvrWtWrEJPr

 

สัมภาษณ์ อานนท์ นำภา “ณัฐวุฒิอยู่ในเรือนจำเป็นใบเสร็จการต่อสู้ของคนเสื้อแดง - เหตุการณ์ปี 53 กลับมาเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้งเมื่อคนรุ่นใหม่กล่าวถึง”

(ทีมงาน)

 
 

 

 

 

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

2 ความเห็น

 
ICT

ไม่มีเผด็จการรัฐสภา

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_4889339

12 ก.ย. 2563 - 00:10 น.
 
 
 

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

ต่อเนื่องจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ มาเป็นการพิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 มีสมาชิกแสดงความเห็นอย่างกว้างขวางว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางประชาธิปไตย

จะแก้ไขจุดอ่อนและอุปสรรคของกฎเกณฑ์ และข้อบังคับจุดใดที่จะทำให้ระบบการเมืองการปกครองดีขึ้น

ดีขึ้นในที่นี้หมายถึงประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นและมีโอกาส ที่เท่าเทียมกัน

การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวต้องเป็นความร่วมมือของสมาชิกทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล

แม้ว่าเป็นเรื่องปกติที่แต่ละพรรคหรือแต่ละฝ่ายเห็นแตกต่างกัน แต่ความเข้าใจถึงระบอบประชา ธิปไตยขั้นพื้นฐานต้องมีตรงกัน

ถ้าพื้นฐานความเข้าใจไม่ตรงกัน การแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะประสบปัญหาเดินหน้าไม่ได้

กรณีผู้นำรัฐบาลลุกขึ้นชี้แจงเรื่องเผด็จการ จากการยึดอำนาจ ว่ารัฐสภาก็เป็นเผด็จการได้ เช่นกัน ตามที่มีวาทกรรม “เผด็จการรัฐสภา” โจมตีรัฐบาลในอดีต เป็นตัวอย่างหนึ่ง

 

ตัวอย่างนี้สะท้อนได้ชัดเจนว่าไม่มีความเข้าใจหรืออาจไม่ยอมรับกติกาตัดสินด้วยเสียงข้างมาก ตามระบอบประชาธิปไตย

รัฐบาลชุดใดก็ตามที่มีส.ส.เข้ามาในสภาอย่างล้นหลามจากการเลือกตั้งซึ่งเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศว่ามีเปอร์เซ็นต์ความโปร่งใสสูง มีข้อครหาน้อย รัฐบาลนั้นย่อมมีโอกาสบริหารงานง่ายขึ้น

เพราะเมื่อต้องการจะแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับใดก็ได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาเสียงข้างมาก

ขณะเดียวกันหากรัฐบาลนั้นๆ บริหารงาน ผิดพลาด ใช้อำนาจทางรัฐสภาอย่างไม่เหมาะสม ย่อมถูกประชาชนที่เลือกมาตำหนิ ต่อว่า และลงโทษ ด้วยการไม่เลือกให้เข้าสภาอีก

กระบวนการเหลานี้ไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน สามารถ แก้ไขปัญหาและเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ โดยไม่มีใครครองอำนาจเป็นเผด็จการไปได้ตลอด

เผด็จการรัฐสภาจึงไม่มีจริง และไม่ควร ถูกนำมาใช้อ้างว่าเป็นเผด็จการเหมือนกับ การยึดอำนาจ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ้เห้ตูบโคตรตอแหล\***/yoyo_13\***/

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1