คงต้องรวมตัวกันไล่อีหมอปากหมา.......ซะที

คงต้องรวมตัวกันไล่อีหมอปากหมา.......ซะที

คงต้องรวมตัวกันไล่อีหมอปากหมาทวีศิลป์ซะที หลังจากไล่ชาวบ้านให้ไปเก็บผักริมรั้วกิน หลังจากมึนงงว่าในศตวรรษที่ 21 ผู้หญิงขับรถเมล์ได้แล้ว หลังจากพอใจที่วันสงกรานต์เงียบกริบ จึงแกล้งเสนอว่าน่าจะมี พรก ทุกปี ล่าสุด ออกมาแขวะอีเย็นและครอบครัว จากเหตุโควิด ทำให้คนไปโรงพยาบาลลดลง เพราะถ้าคุณไม่ป่วยด้วยโควิด ไม่มีใครอยากไปติดโรคที่โรงพยาบาล ถึงเอ่ยออกมาว่า คนอย่างอีเย็น ในสถานการณ์ปกติ ชอบมาโรงพยายาล เพราะมีบัตรทองและบัตรประกันสังคม พูดเหมือนกับว่า อีเย็นเบื่อบ้าน ไม่รู้จะไปไหน เลยไปนั่งเล่นโรงพยาบาล พูดเหมือนกับว่า อีเย็นอยากได้ยามากินเล่นๆ ที่บ้านต่างข้าว พูดเหมือนว่า อีเย็นแกล้งป่วย ไม่ป่วยก็บอกว่าป่วย เพื่อใช้ประกันสังคมให้คุ้ม นี่แม่งโครตเป็นความคิดอีลิท ความคิดที่แม่งท้อปดาวน์ เห็นการใช้ชีวิตของอีเย็นเป็นเรื่องขำๆ เป็นเรื่องเห็นแก่ตัว ไม่มีอะไรจริงจัง หวังจะจ้องประโยชน์จากรัฐ ตอนแรกตกใจที่ทำไมบุคลากรทางการแพทย์เราถึงคิดอย่างนี้ แต่ก็เลิกตกใจ เพราะอีทวีศิลป์ไม่ใช่เป็นหมอปากหมาคนแรก เรามีทั้งอีหมอผีพรดริฟท์ และอีเหรียญทอง เป็นตัวอย่างได้อย่างดี

 

    • อัครพร ธีระพงษ์ธนากร
      อัครพร ธีระพงษ์ธนากร สำหรับตัวผมโรงพยาบาลไม่จำเป็นจริงๆไม่เคยไปเลยเจ็บป่วยธรรมดาซื้อยากินเอาครับมีทั้งบัตรทองและประกันสังคมโรงพยาบาลก็อยู่ใกล้ๆเอง
  • Chaiwit Kaewboonmee
    Chaiwit Kaewboonmee ไอ้พวกที่ save นี่ปัญญาอ่อนหรือเปล่า มันไม่ใช่หมอที่ไปช่วยลุยรักษาคนไข้ มันคือโฆษกที่ออกมาโทษประชาชนและอวยรัฐบาล เซฟเพื่อ!!!

 

  • รัก
    6
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    6
  • เศร้า
    8

4 ความเห็น

 
3 ส

ใช่ครับ

ใช่

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    4
 
ปลาไหลตัวพ่อ

เอาตัวเลขว่าคนติดเชื้อตายน้อยไว้อวดชาวโลก

แต่คนที่ต้องตายไปเพราะผลพวงล็อคดาวน์

อาจจะมากกว่าคนเป็นโควิดตาย อย่างวันนี้ก็  2 คนพ่อลูก

  • รัก
    6
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10163339655075117&id=648255116

 Facebook logo

 ไปที่หน้าหลัก

 

Nithinand Yorsaengrat

โฆษก ศบค พังพินาศ เรียกคืนความศรัทธาได้ยากหลังจากพูดเพลินเรื่องสถานการณ์โควิดในไทยให้คนฟังเข้าใจได้ว่า พวกคนไทยที่ใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) และสิทธิประกันสังคม ชอบไปโรงพยาบาลเพราะ “ฟรี” ไม่รู้จักดูแลสุขภาพตัวเอง พอมีโควิดเลยไม่ได้ไปโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องดี โรงพยาบาลว่าง!
.

ไม่ต้องอธิบายเป็นวิชาการในเชิงจิตวิทยา คิดเฉพาะในแง่สามัญสำนึกก็เข้าใจได้ว่า ทำไมคำพูดข้างต้นจึงทำให้คนฟังจำนวนมากไม่พอใจ เว้นเสียแต่คนพูดหรือคนฟังที่ไม่รู้สึกอะไรเลยจะอยู่บนหอคอยงาช้างเอามาก ๆ จึงนึกไม่ออกว่านั่นเป็นคำพูดที่ดูหมิ่นคนใช้สิทธิบัตรทองและสิทธิประกันสังคมอย่างที่สุด
.

“คำพูดตรงไปตรงมา” ที่ออกจากปากและใจของโฆษก ศบค ทำให้ดิฉันคิดถึงปัญหาหนึ่งที่เจอจากคนรุ่นหลังในการติดต่องานอยู่บ่อย ๆ ดิฉันนับถือคนทุกคนว่าเป็นคนเสมอกัน เชื่อมั่นคนรุ่นหลังซึ่งยังมีบทบาทแข็งขันในสังคมวันนี้ และมักได้ยินคนรุ่นหลังพูดว่า “ชอบการพูดแบบตรงไปตรงมา”
.

จึงขออนุญาตแลกเปลี่ยนกับคนรุ่นหลังอย่างตรงไปตรงมาดังนี้ว่า
.

1. การพูดตรงไปตรงมาเป็นเรื่องดีเสมอ เพราะคนเราควรชัดเจนในความคิด คำพูด และการกระทำ ดิฉันก็ชอบพูดตรงไปตรงมา
.

2. การพูดตรงไปตรงมา ไม่ใช่ “พูดหยาบคาย ด่าทอคนอื่นตามใจชอบ” แต่เป็นการ “พูดอย่างที่คิด” เช่น โฆษก ศบค คิดว่าพวกใช้สิทธิบัตรทองและสิทธิประกันสังคม ไปโรงพยาบาลเพลิน ๆ ทำให้งานของหมอและพยาบาลล้นมือเพราะต้องมาตรวจพวกไม่ป่วยแต่มีสิทธิเลยอยากมาตรวจ ไม่เข้าท่า ก็พูดออกมาตามนั้น นี่คือพูดตรงไปตรงมาที่ไม่มีคำหยาบคาย แต่จะหยาบกระด้างทางอารมณ์ความรู้สึกหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
.

ถ้าเชื่อเรื่องการพูดตรงไปตรงมาและชอบพูดตรงไปตรงมา จึงควรสำรวจความคิดและทัศนคติของตัวเองด้วย เพื่อยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นตามมาจากคำพูด
.

3. คนรุ่นดิฉันอาจโตมากับความคิดเรื่อง “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” มากเกินไปก็ได้ แต่ดิฉันยังเชื่อว่าการ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็นเรื่องดีกว่า “เอาแต่ใจตัวเอง” หรือ “สนใจแต่วัตถุประสงค์ของตัวเอง” จึงทำกับคนอื่นโดยไม่ต้องใส่ใจความรู้สึกของเขาหรือให้ความเคารพเขาในฐานะคนเสมอกัน
.

4. การไม่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และพุ่งตรงไปยังสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่าง “ตรงไปตรงมา” ตามความคิดของตัวเองเท่านั้น สามารถทำให้เกิดปัญหาเมื่อต้องสื่อสารกับ “คนอื่น” เช่น คนทำสื่อหรือนักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก อยากติดต่อสัมภาษณ์ใครสักคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน โดยติดต่อทางกล่องข้อความเฟซบุ๊ก แต่เพราะสนใจเพียงความต้องการของตัวเอง จึงไม่ใส่ใจตรวจสอบความถูกต้องเกี่ยวกับคนอื่นที่ติดต่อด้วย เช่นส่งข้อความถึงดิฉัน แต่สะกดชื่อผิดตั้งแต่บรรทัดแรก “สวัสดีคุณนิธินาถ” ตามมาด้วย “คำสั่ง” ประเภท “เรา” หรือ “ผม” หรือ “ดิฉัน” จาก.......”ต้องการ” สัมภาษณ์คุณในเรื่อง.........” และตามมาด้วยข้อเสนอซึ่งไม่ควรเสนอ เช่น “ถ้าสนใจ ติดต่อกลับด้วย” เพราะคนรับข้อความไม่จำเป็นต้อง “สนใจ” นะคะ
.

รวมถึงประเภททำวิทยานิพนธ์แต่ไม่บอกหัวข้อวิทยานิพนธ์ ถึงเวลาก็ส่งคำถามให้ตอบเรื่องความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ และเป็นคำถามซึ่งไม่สอดคล้องเลยกับบริบทสังคมในปัจจุบัน เป็นต้น จึงต้องบอกตรงไปตรงมาเหมือนกันว่า เมื่อไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน คนถูกขอสัมภาษณ์ย่อมมีสิทธิ์ไม่ให้สัมภาษณ์
.

5. ยืนยันความคิดและความเชื่อว่าพูดตรงไปตรงมา ไม่ต้องเสียเวลาปลอมตัว (ยกเว้นต้องทำงานเป็นสายลับ) ดีเสมอ แต่ยืนยันเช่นกันว่าความคิดไม่เข้าท่า ไม่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรานั้น เมื่อออกมาเป็นคำพูดตรงไปตรงมา ก็อาจกลายเป็นไม่ดี มีทัวร์ลง หมดอนาคตโอ๊ปป้าหรือนูนาน่ารัก

 

 

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    7
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    6
 
ICT

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4415913508434593&id=10000047...

 Facebook logo

 ไปที่หน้าหลัก

 

Chotisak Onsoong

โอ้โห ไอ้หมอนี่มันจะพูดจาไร้สติปัญญารายวันเลยเหรอครับ?

คือมันไม่เข้าใจเลยเหรอว่าในยุคปัจจุบันนี่ "เงินทอง" สัมพันธ์กับ "การมีชีวิต" ยังไง?

ถ้าเป็นไปได้อยากไปถามมันซึ่งๆหน้าจริงๆ ว่าถ้าไม่มีเงินทองแล้วมันจะกินอะไร?

แล้วถ้าไม่มีกินนี่คืออดตายนะ มันรู้มั้ย?

ไม่มีเงิน > ไม่มีกิน > อดตาย

ไอ้หมอนี้มันรู้บ้างมั้ยนี่? ถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกมาได้

ชาวบ้านเขาก็อยากรักษาชีวิตนั่นแหละ เขาถึงได้ต้องการเงิน คือเพื่อมาซื้อของกิน จะได้ไม่อดตาย

- - - -

ออ แล้วถ้าจะมาให้ปลูกกินเองก็ควรรู้ว่าคนเยอะแยะเขาไม่ได้มีที่ดินเพาะปลูกนะ

หรือกรณีที่มี จะให้ปลูกข้าวกินในเวลา 1 สัปดาห์เหรอ?

(ไอ้หมอนี่มันรู้ใช่มั้ย ว่าคนอดอาหารสัปดาห์นึงนี่ตายได้?)

นี่ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ถ้าไม่มีเงินแล้วจะปลูกข้าวยังไงอีกนะ

เมล็ดพันธุ์จะเอาจากไหน? จะไถยังไง? จะสูบน้ำเข้านายังไง? (สูบน้ำเข้านาตอนเดือนเมษา?)

จะเกี่ยว จะสียังไง? ฯลฯ

ที่มา www.facebook.com/200355362728/posts/10159868518452729/

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ
 

 

  • รัก
    7
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    5
  • เศร้า
    3