ก็คงเหมือนกรณีอื่นๆ ที่ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ถูกพรากไปโดยไม่ได้รับความยุติธรรม ...โกรธและเสียใจอย่างยิ่ง--เปิดภาพรถที่อุ้มวันเฉลิม !

ก็คงเหมือนกรณีอื่นๆ ที่ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ถูกพรากไปโดยไม่ได้รับความยุติธรรม ...โกรธและเสียใจอย่างยิ่ง--เปิดภาพรถที่อุ้มวันเฉลิม !

ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ยังสตั๊นท์เรื่องการอุ้มของต้า วันเฉลิม เหมือนกรณีที่ผ่านมา มันอุกอาจมาก ขอวิเคราะห์ถึงเรื่องนี้ ดังนี้
1. ผู้ลี้ภัยไทยในประเทศเพื่อนบ้านไม่เคยได้รับการรับรองความปลอดภัยและไม่ได้การคุ้มกันทางกฎหมายจากประเทศที่อาศัยอยู่ ทั้งนี้ มันมีเอลิเมนท์ของการเป็นเพื่อนบ้านกัน ที่ไม่สมควรก้าวก่ายเรื่องภายในประเทศของกันและกัน แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนก็ตาม ดังนั้น เมื่อประเทศเหลานั้นโอบอุ้มคนเหลานี้ จึงทำได้แต่เพียงเงียบๆ ไม่เป็นทางการ และแน่นอน ไม่ได้ให้สถานะผู้ลี้ภัย จึงไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมายแบบที่กล่าวข้างต้น
2. เมื่อไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายข้างต้น บวกกับการปฏิเสธด้วยซ้ำว่าไม่มีผู้ลี้ภัยไทยอยู่ในประเทศของตัวเอง จึงเปิดโอกาสให้ทางการไทยสามารถเข้าไปกระทำการที่อุกอาจได้ และมันกลายมาเป็นกรณีน้ำท่วมปากของประเทศเจ้าบ้าน จะออกมาโกรธไทยได้อย่างไร เมื่อประเทศเหลานี้บอกเองว่าไม่มีผู้ลี้ภัยไทยอาศัยอยู่ มันเป็นไดเล็มม่าของผู้ลี้ภัยอย่างมาก
3. เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายในกัมพูชาเท่านั้น แต่มันเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยกัมพูชา ซึ่งทางการไทยส่งคนไปอุ้มนั่นคือการตบหน้ารัฐบาลฮุนเซนอย่างรุนแรง และเช่นเดียวกัน ทางกัมูชาทำอะไรไม่ได้ จะยอมรับว่ามีผู้ลี้ภัยไทยในประเทศ ก็เท่ากับเข้ามาแทรกแซงกิจการทางการเมืองของไทย จะไม่ยอมรับว่ามีผู้ลี้ภัย ก็ต้องยอมจำนนให้ไทยละเมิดอธิปไตยของตัวเอง
4. มันกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เพราะทางการไทยออกมาพูดแล้วว่า ไม่รู้เรื่องการอุ้ม คือปฏิเสธว่างั้น ส่วนทางกัมพูชายังไม่ออกมาพูดอะไร แม้ว่าการถูกอุ้มของต้าจะได้รับการคอนเฟริม์แล้ว เรื่องนี้จึงเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู และก็คงเหมือนกรณีอื่นๆ ที่ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ถูกพรากไปโดยไม่ได้รับความยุติธรรม
...โกรธและเสียใจอย่างยิ่ง

 

 

ยังลังเลอยู่ว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับต้า วันเฉลิม เพราะแม้ไม่ได้สนิทมาก แต่ก็รู้จักกัน เคยพบกัน และก็เพิ่งคุยกันไม่นานมานี้ ส่วนหนึ่งก็รู้สึกเศร้า สลดใจ ที่ความเห็นต่างทางการเมืองมันทำให้คนๆ นึงต้องถูกกระทำเช่นนี้ ส่วนนึงรู้สึกโกรธ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไง ที่จะปลดปล่อยผู้ลี้ภัยจากการถูกข่มเหงแบบนี้ เพราะตัวดิชั้นเองก็โดน นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สรุปได้ว่า คนของรัฐไม่หวั่นเกรงข้อกฎหมายใดๆ ในการปฏิบัติการนอกอำนาจอธิปไตยของตัวเอง คนของรัฐไทยไม่สนใจว่ารัฐบาลกัมพูชาจะรู้อย่างไรเมื่ออธิปไตยของกัมพูชาถูกละเมิด เค้าไม่สนใจว่าสาธารณชนไทยจะรู้สึกอย่างไร และไม่สนใจด้วยว่า เมื่อข่าวออกไปสู่นานาประเทศแล้ว มันจะส่งผลต่อรัฐบาลและสถาบันอย่างไร
...เราโอดครวญมากเรื่องการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมในกรณี George Floyd อันนี้แหละค่ะ "I can't breathe" เวอร์ชั่นไทยแท้ๆ แต่ไม่มีเซเลปคนไหน ไม่มีสำนักข่าวใหญ่ๆ ของไทย รายงานเรื่องการถูกอุ้มของต้า มิหนำซ้ำ ฝ่ายตรงข้ามยังสะใจที่มันเกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบนี้ ดังนั้น ถ้าใครเรียกหาความปรองดองแห่งชาติ คือคุณกำลังฝันหรือจินตนาการ สังคมที่มันปฏิบัติบนความรุนแรง ความหวาดกลัว ความอยุติธรรมและความไม่ยำเกรงกฎหมาย มันจบไม่สวยทุกสังคม ถ้าต้ายังมีชิวิตอยู่ ขอให้ต้ากลับบ้านอย่างปลอดภัยในที่สุด ไม่อยากหวังเป็นอย่างอื่น นี่เรากำลังพูดถึงชีวิตคนหนึ่งคนที่เพียงแค่เค้าคิดต่างจากคุณ #Saveวันเฉลิม

 

 

Pavin Chachavalpongpun ได้เพิ่มรูปโปรไฟล์ชั่วคราว

ช่วยเขาด้วย...

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

4 ความเห็น

 
3 ส

ขอให้ปลอดภัยครับ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2586395068128907&id=10000275...

 

 

ดิชั้นได้ติดต่อหลายหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนของโลก รวมถึงสื่อฝรั่ง เพื่อช่วยกันเผยแพร่เรื่องการอุ้มน้องต้า วันเฉลิม รวมถึงจะมีบทความและแถลงการณ์ออกมาจากหลายองค์กร เพราะถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ เป็นการทำโดยไม่สนใจในกฎหมายระหว่างประเทศ ทำโดยการข้ามพรมแดนไปอุ้มคนที่เห็นต่างและใช้วิธีป่าเถื่อนเพื่อปิดปาก ส่วนตัวดิชั้นก็ไม่รู้จะช่วยอะไรไปได้มากกว่านี้ นอกจากขอแรงจากองค์กรต่างๆ เหลานั้นเท่านั้น ถ้าปาฎิหาริย์มีจริง ก็ขอให้ต้ากลับบ้านปลอดภัยค่ะ

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
619

น่าสนใจครับถ้าข่าววันเฉลิมยังไม่รู้ชะตากรรม  แล้วเกิดพรุ่งนี้วันเสาร์มีการชุมนุมด้วยแล้ว  เห็นที่ผมต้องเข้าไปเปิดหูเปิดตาเข้ากรุงเทพแน่เลยครับ

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT

 

https://prachatai.com/journal/2020/06/87974

เปิดภาพ-คลิปวงจรปิดรถก่อเหตุอุ้ม 'วันเฉลิม' พร้อมคนต้องสงสัยเคยสะกดรอยตาม

 

เปิดภาพและวิดีโอคลิปรถก่อเหตุอุ้ม 'วันเฉลิม' ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย รวมทั้งข้อความและภาพแชทบุคคลต้องสงสัยที่วันเฉลิมคุยกับคนใกล้ชิด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อัพเดทคดี ปฏิเสธเข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. กับข้อกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ” ขณะที่ ตร.กัมพูชา ไม่รับสืบคดี

ทะเบียนและรายละเอียดรถก่อเหตุ

5 มิ.ย.2563 ความคืบหน้าการถูกลักพาตัว วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พักอาศัยอยู่ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (4 มิ.ย.63)

ล่าสุดผู้สื่อข่าวประชาไท ได้รับภาพและวิดีโอคลิปจากกล้องวงจรปิด เปิดเผยถึงรถคนร้ายที่ใช้ลักพาตัว วันเฉลิม พร้อมหมายเลขทะเบียนและรุ่นรถ

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยนาทีจับตัว "วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์" ผู้ลี้ภัยชาวไทยจากที่พักในพนมเปญ (4 มิ.ย. 63)

รถสีดำคันต้องสงสัย และรถสีขาวที่ขับในเวลาใกล้เคียงกัน

สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาว ของวันเฉลิม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวประชาไทด้วยว่า ปกติจะคุยทางไลน์กับน้องชายทุกวัน ถามเรื่องชีวิตความเป็นอยู่และคุยเรื่องธุรกิจด้านนำเข้าอุปกรณ์วัสดุทางการเกษตรและการสัมปทานเหมืองแร่

สิตานัน กล่าวด้วยว่า ตนเตือนน้องชายตลอดว่าให้เบาลงเรื่องการเมือง ซึ่งวันเฉลิมก็ดูเหมือนว่าจะเชื่อตามที่ตนบอก และอาจเป็นการทำให้ต้าลดความระมัดระวังตัวลง

ข้อความและภาพที่วันเฉลิมคุยกับคนใกล้ชิด ซึ่งมติชนออนไลน์นำมาเผยแพร่ต่อ

มติชนออนไลน์ รายงานว่า มีรายงานจากแหล่งข่าวใกล้ชิด วันเฉลิม เปิดเผยว่า วันเฉลิม เคยส่งภาพชายต้องสงสัย 3 คนที่สะกดรอยตาม วันเฉลิม ที่ประเทศกัมพูชามาก่อนหน้านี้ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการอุ้ม วันเฉลิมครั้งล่าสุดนี้หรือไม่

ภาพที่อานนท์โพสต์บุคคลต้องสงสัยที่ติดตามวันเฉลิมตั้งแต่ปี 2559

อานนท์ นำภา ทนายและนักกิจกรรมทางการเมือง ยังโพสต์ภาพกลุ่มคนต้องสงสัยที่ติดตามวันเฉลิมเมื่อปี 2559 

ลี้ภัยการเมือง เพราะปฏิเสธเข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานข้อมูลเกี่ยวกับคดีของวันเฉลิมด้วยว่า หลังการรัฐประหาร 2557 คณะรัฐประหารได้ออกคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตัว โดยปรากฎชื่อของวันเฉลิมอยู่ในลำดับที่ 25 ของคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 44/2557 ออกเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2557 เขาถูกเรียกให้ไปรายงานตัวที่สโมสรทหารบกในวันที่ 3 มิ.ย. 2557 ซึ่งวันเฉลิมไม่ได้เข้ารายงานตัวตามคำสั่งดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2557 พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ (ยศในขณะนั้น) ได้รับมอบอำนาจจาก คสช. เข้าแจ้งความกับกองปราบปราม จากนั้น พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลทหาร ขอออกหมายจับบุคคลผู้ฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. ซึ่งมี วันเฉลิมเป็นหนึ่งในกลุ่มดังกล่าว ก่อนศาลทหารจะอนุมัติการออกหมายจับ

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า วันเฉลิม ได้ถูกออกหมายจับในคดีข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือไม่ แต่ในช่วงเดือนมิถุนายน 2558 สำนักข่าวอิศราเคยนำเสนอข้อมูลจากเอกสารของหน่วยงานความมั่นคงจากการติดตามผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 มีชื่อ วันเฉลิมเป็น 1 ใน 14 ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ในประเทศลาว

ถูกออกหมายจับอีกคดี จากข้อกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ”

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานอีกคดีว่า ต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายน 2561 คสช.ได้มอบหมายให้พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ (ยศในขณะนั้น) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ดูแลเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ” ในข้อหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2) ซึ่งเป็นเพจที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก นำเสนอเนื้อหาเสียดสีการเมืองและวิพากษ์วิจารณ์ คสช.

คดีนี้ทางตำรวจได้มีการจับกุมผู้ที่แชร์ข้อความจากเพจจำนวน 9 ราย และได้ขอศาลอาญาออกหมายจับ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างผลการสืบสวนเชิงลึกพบว่าเขาได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Wanchalearm Satsaksit” เปิดดำเนินการเพจดังกล่าว และเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา

ข้อความที่ทาง คสช. กล่าวหาแอดมินเพจและผู้แชร์ข้อความมีจำนวน 2 โพสต์ มีเนื้อหาเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดของ คสช. และวิพากษ์วิจารณ์การดูด ส.ส. ของ คสช. ได้แก่

“ยาเสพติดระบาดหนักในหลายชุมชน จนท. ทหารหลายพื้นที่ ทำงานเป็นคนดูแลความสงบให้แก่พวกขายยา (กล่าวลอยๆ) โดยทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ ลองดูสิ เยอะจริงๆ ยกตัวอย่างแถวบ่อนไก่ ก็ตำรวจ – ทหาร เป็นหูเป็นตาให้ผู้ค้าเองด้วย ป.ป.ส. มาสืบเองก็คงมีข้อมูลแล้ว แต่ก็ไม่ทำอะไร ประชาชนในชุมชนอยู่กันอย่างหวาดระแวง ลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นประจำ นี่หรือคือยุคที่ คสช. อ้างว่าสงบสุข แต่ยาเสพติดกลับทะลักเข้ามาทำลายอนาคตของประเทศ”

“คสช. ตั้งเป้าดูด 300 หัว เพื่อมาสนับสนุนตนเอง และไม่ใช่ดูดธรรมดามีการจ่ายเงินค่าดูดและเจรจาพักคดีด้วยทีนี้ ท่านคิดกันเล่นๆ ดูว่าเงินค่าดูด มาจากไหน? ส่วนเท่าไหร่ จากไหน จากใครบ้าง ไว้จะเปิดเผยภายหน้า อิอิ”

ในส่วนคดีของผู้แชร์ข้อความดังกล่าว จำเลยจำนวน 7 ราย ได้ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา โดยศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 2,500 บาท และจำเลยไม่มีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

ส่วนจำเลยอีก 2 ราย ได้ยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาและต่อสู้คดี ใช้เวลากว่า 1 ปีครึ่ง ก่อนศาลอาญาจะมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 โดยพิพากษายกฟ้องคดี เนื่องจากศาลเห็นว่าคดีนี้ไม่ปรากฏว่าข้อมูลตามโพสต์ดังกล่าวเป็นเท็จหรือไม่ อีกทั้งข้อความก็ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย​ต่อความมั่นคงของประเทศ มีเพียง คสช. ได้รับความเสียหายเท่านั้น เป็นความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ​คสช. ซึ่งไม่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ (ดูรายละเอียดคำพิพากษา)

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พ.ค.2563 ศาลอาญาได้ออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดแล้ว เนื่องจากไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาอีก ทำให้คดีนี้สิ้นสุดลง

ศูนย์ทนายยังรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ” ได้ปิดหายไประยะหนึ่งแล้ว โดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

ตร.กัมพูชา ไม่รับสืบคดี

โพสต์ทูเดย์ รายงานอ้าง เอเอฟพี ว่า ความคืบหน้าจากหน่วยตำรวจแห่งชาติกัมพูชาระบุว่า ทางตำรวจกัมพูชาจะไม่มีการสืบคดีการหายตัวไปของวันเฉลิม เนื่องจากไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องใดๆถึงการหายตัวไปของวันเฉลิม

"เราไม่รู้อะไรเลย จะให้เราไปสืบสวนอะไร" Chhay Kim Khoeun โฆษกตำรวจแห่งชาติกัมพูชาเผยกับเอเอฟพี

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0